ฟันแท้ที่แข็งแรงขยับได้เล็กน้อยมากจนแทบรู้สึกไม่ได้ เพราะรากฟันยึดอยู่กับกระดูกขากรรไกรด้วยเส้นใยเอ็นยึดปริทันต์ที่ทำหน้าที่เหมือนเบาะรองรับแรงเคี้ยว แต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าฟันซี่ใดขยับได้ชัดเวลาใช้ลิ้นดันหรือเคี้ยวอาหาร หรือฟันเริ่มเคลื่อนจนเกิดช่องห่างใหม่ นั่นคือสัญญาณว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเนื้อเยื่อที่รองรับฟัน
หลายคนเข้าใจว่าฟันโยกเป็นเรื่องธรรมดาของคนอายุมาก ความจริงคือ ฟันไม่ได้โยกเพราะอายุ แต่โยกเพราะโรคหรือแรงที่กระทำต่อฟัน ผู้สูงอายุจำนวนมากที่ดูแลเหงือกได้ดียังมีฟันแน่นครบ ในทางกลับกัน โรคปริทันต์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของฟันโยกพบได้บ่อยในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุไทย เอกสารของสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ระบุว่าผู้สูงอายุอายุ 60–74 ปีเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 48.7) เป็นโรคปริทันต์อักเสบ [1]
ข่าวดีคือฟันโยกหลายกรณีรักษาได้ และฟันจำนวนมากเก็บไว้ใช้งานได้อีกนานหลายปี ถ้าหาสาเหตุเจอและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีสังเกต การดูแลเบื้องต้น และทางเลือกในการรักษา
ฟันโยกในเด็กกับผู้ใหญ่ต่างกัน
ในเด็กอายุประมาณ 6–12 ปี ฟันน้ำนมโยกเป็นเรื่องปกติ เพราะรากฟันน้ำนมละลายเพื่อเปิดทางให้ฟันแท้ขึ้น อ่านเพิ่มที่ ฟันน้ำนมหลุดตอนกี่ขวบ
แต่ถ้าเป็น ฟันแท้ ไม่ว่าในวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ การโยกไม่ใช่เรื่องปกติ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุทุกครั้ง
สาเหตุของฟันโยกในผู้ใหญ่
1. โรคปริทันต์ (สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด)
โรคปริทันต์คือการอักเสบเรื้อรังจากคราบจุลินทรีย์และหินปูนที่ลุกลามจากเหงือกลงไปทำลายเอ็นยึดและกระดูกรอบรากฟัน เมื่อกระดูกที่รองรับรากฟันลดลง ฟันเหมือนเสาที่ฝังดินตื้นลง จึงโยกได้ง่าย กระบวนการนี้มักใช้เวลาหลายปีและไม่ค่อยปวด คนไข้หลายคนจึงมาพบทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อฟันโยกแล้ว
สัญญาณที่บ่งว่าฟันโยกจากโรคปริทันต์
- ฟันโยกหลายซี่ ไม่ใช่ซี่เดียว
- เลือดออกตอนแปรงฟัน เหงือกบวมแดง
- กลิ่นปาก
- เหงือกร่น ฟันดูยาวขึ้น
- ฟันหน้าบนเริ่มยื่นหรือมีช่องห่างใหม่
- มีหนองซึมจากขอบเหงือก
อ่านรายละเอียดของโรคได้ที่ โรคปริทันต์คืออะไร
2. อุบัติเหตุ
การล้ม กีฬาที่มีการปะทะ หรืออุบัติเหตุทางรถ อาจทำให้ฟันโยกทันที โดยเฉพาะฟันหน้า แรงกระแทกอาจทำให้เอ็นยึดฉีก รากฟันแตก หรือกระดูกเบ้าฟันหัก ฟันที่โยกจากอุบัติเหตุควรได้รับการตรวจโดยเร็ว เพราะการจัดฟันกลับเข้าที่และยึดไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้มีโอกาสหายดีกว่า
3. แรงบดเคี้ยวที่มากเกินไป
- การนอนกัดฟันหรือขบฟัน สร้างแรงมากซ้ำๆ ทั้งคืน
- ฟันสบกระแทกเฉพาะจุด เช่น หลังใส่ครอบฟันหรือวัสดุอุดที่สูงเกิน
- ฟันเหลือน้อยซี่ ฟันที่เหลือรับภาระมากขึ้น
แรงเหล่านี้ในฟันที่กระดูกปกติมักทำให้ฟันโยกขึ้นเล็กน้อยและกลับมาแน่นได้เมื่อแก้สาเหตุ แต่ในฟันที่มีโรคปริทันต์อยู่แล้ว แรงที่มากเกินจะทำให้โยกชัดเจนขึ้น
4. การติดเชื้อที่ปลายรากฟันหรือฝีหนอง
ฟันที่ผุลึกจนโพรงประสาทตาย หรือฟันที่ร้าว อาจเกิดฝีหนองที่ปลายรากหรือด้านข้างราก ทำให้ฟันโยก ปวด และกัดแล้วเจ็บ ฟันโยกจากสาเหตุนี้มักแน่นขึ้นเมื่อรักษาการติดเชื้อ เช่น การรักษารากฟัน
5. สาเหตุอื่นที่พบได้
- ระหว่างจัดฟัน ฟันโยกเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ เพราะกระดูกกำลังปรับตัวให้ฟันเคลื่อน
- ช่วงตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เหงือกอักเสบง่าย ฟันอาจโยกเล็กน้อยและมักกลับเป็นปกติหลังคลอด อ่านเพิ่มที่ โรคเหงือกกับเบาหวาน ตั้งครรภ์ และโรคหัวใจ
- รากฟันละลาย จากสาเหตุต่างๆ
- ถุงน้ำหรือก้อนในขากรรไกร พบน้อย แต่ทันตแพทย์จะดูจากเอกซเรย์
ประเมินความรุนแรงด้วยตัวเอง
ทันตแพทย์แบ่งระดับฟันโยกโดยใช้เครื่องมือ แต่คุณพอสังเกตได้คร่าวๆ
| ระดับ | สิ่งที่รู้สึก | ความเร่งด่วน |
|---|---|---|
| โยกเล็กน้อย | รู้สึกขยับเมื่อใช้ลิ้นดัน แต่มองไม่ค่อยเห็น | นัดตรวจในไม่กี่สัปดาห์ |
| โยกปานกลาง | เห็นฟันขยับเมื่อกด เคี้ยวแล้วรู้สึกไม่มั่นคง | นัดตรวจโดยเร็ว |
| โยกมาก | ฟันขยับขึ้นลงได้ เคี้ยวไม่ได้ | ควรพบทันตแพทย์เร็วที่สุด |
ควรพบทันตแพทย์ภายในวันเดียวกันหรือไปโรงพยาบาลทันที ถ้า
- ฟันโยกหลังอุบัติเหตุ หรือฟันเคลื่อนออกจากตำแหน่ง
- มีบวมที่ใบหน้า มีไข้ หรือบวมลามไปใต้คาง
- มีหนองไหลและปวดมาก
ดูแลเบื้องต้นระหว่างรอพบทันตแพทย์
- ไม่ใช้นิ้วหรือลิ้นโยกฟันเล่น เพราะเอ็นยึดที่เหลือจะเสียหายเพิ่ม
- เคี้ยวด้านตรงข้าม และกินอาหารนิ่ม หั่นชิ้นเล็ก
- แปรงฟันต่อไปอย่างนุ่มนวล ด้วยแปรงขนนุ่ม การหยุดแปรงทำให้คราบสะสมและอักเสบมากขึ้น
- บ้วนน้ำเกลืออุ่น ถ้าเหงือกบวม
- ฟันหลุดจากอุบัติเหตุ ถ้าเป็นฟันแท้ ให้จับที่ตัวฟัน ไม่จับราก ล้างด้วยน้ำสะอาดสั้นๆ ถ้าทำได้ให้ใส่กลับเข้าเบ้า หรือแช่ในนม แล้วรีบไปพบทันตแพทย์ภายในหนึ่งชั่วโมง
ทันตแพทย์ตรวจอะไรบ้าง
- วัดระดับการโยก ทุกซี่
- วัดร่องลึกปริทันต์ และดูเลือดออก
- ตรวจการสบฟัน หาจุดที่สบกระแทก
- เอกซเรย์ ดูระดับกระดูก รากฟัน และการติดเชื้อที่ปลายราก
- ทดสอบความมีชีวิตของฟัน ในกรณีสงสัยฝีหนองหรืออุบัติเหตุ
- ซักประวัติ การนอนกัดฟัน อุบัติเหตุ โรคประจำตัว การสูบบุหรี่
การรักษาตามสาเหตุ
ฟันโยกจากโรคปริทันต์
แนวทางการรักษาโรคปริทันต์ของสหพันธ์ปริทันตวิทยายุโรป (2020) แบ่งการรักษาเป็นขั้นตอน ได้แก่ ควบคุมคราบจุลินทรีย์และปัจจัยเสี่ยง ทำความสะอาดใต้เหงือกหรือเกลารากฟัน ประเมินผลและพิจารณาการผ่าตัดในบริเวณที่ไม่ตอบสนอง และการดูแลต่อเนื่องเป็นระยะ [2] เมื่อการอักเสบสงบ ฟันที่โยกจากการอักเสบมักแน่นขึ้นในระดับหนึ่ง แม้กระดูกที่หายไปจะไม่กลับมาเองทั้งหมด อ่านขั้นตอนที่ เกลารากฟันคืออะไร
การยึดฟัน (เข้าเฝือกฟัน)
ฟันที่โยกมากจนเคี้ยวลำบากหรือรู้สึกไม่สบาย ทันตแพทย์อาจยึดฟันซี่นั้นติดกับฟันข้างเคียงด้วยลวดเส้นเล็กหรือวัสดุเส้นใยกับวัสดุสีเหมือนฟันด้านในของฟัน เหมือนการเข้าเฝือก เพื่อกระจายแรงเคี้ยวและให้เคี้ยวได้สบายขึ้น การยึดฟันไม่ได้รักษาโรคปริทันต์ ต้องทำควบคู่กับการรักษาโรค และต้องทำความสะอาดรอบวัสดุยึดอย่างดี
ปรับการสบฟันและป้องกันการนอนกัดฟัน
- กรอปรับจุดที่สบกระแทกเล็กน้อย
- แก้ไขครอบฟันหรือวัสดุอุดที่สูงเกิน
- ใส่เฝือกสบฟันตอนนอนสำหรับคนที่นอนกัดฟัน
ฟันโยกจากการติดเชื้อที่ปลายราก
รักษารากฟันหรือระบายหนอง ฟันมักแน่นขึ้นเมื่อการติดเชื้อหาย อ่านเพิ่มที่ ปวดฟันตอนกลางคืน
ฟันโยกจากอุบัติเหตุ
จัดฟันกลับเข้าที่และยึดไว้ช่วงหนึ่ง แล้วติดตามด้วยเอกซเรย์ เพราะฟันที่ได้รับแรงกระแทกบางซี่โพรงประสาทตายในภายหลังและต้องรักษาราก
เมื่อไหร่ฟันที่โยกควรถอน
ฟันโยกไม่ได้แปลว่าต้องถอนเสมอ ทันตแพทย์จะพิจารณาร่วมกับคุณจากปัจจัยหลายอย่าง
- กระดูกรองรับเหลือมากน้อยแค่ไหน
- มีการติดเชื้อซ้ำๆ ที่ควบคุมไม่ได้หรือไม่
- ฟันซี่นั้นสำคัญต่อการเคี้ยวหรือรอยยิ้มแค่ไหน
- ถ้าถอน จะใส่ฟันทดแทนแบบใด และฟันข้างเคียงแข็งแรงพอหรือไม่
- ความต้องการของคุณ
บางครั้งการถอนฟันที่โยกมากและติดเชื้อซ้ำช่วยปกป้องกระดูกของฟันข้างเคียงและบริเวณที่จะใส่ฟันทดแทนในอนาคต อ่านเพิ่มที่ ถอนฟันเมื่อไหร่จำเป็น และ ฟันหาย 1 ซี่ ทำอะไรได้บ้าง
ป้องกันฟันโยก
- แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน อ่านวิธีที่ แปรงฟันอย่างไรให้ถูกวิธี และ ไหมขัดฟันกับแปรงซอกฟัน
- ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ เพื่อพบโรคเหงือกตั้งแต่ระยะแรก
- เลิกบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคปริทันต์
- ควบคุมเบาหวาน
- ใส่ฟันยางป้องกัน เวลาเล่นกีฬาที่มีการปะทะ
- ใส่เฝือกสบฟัน ถ้านอนกัดฟัน
ฟันโยกกับการใส่ฟันปลอมหรือครอบฟัน
ฟันที่โยกไม่เหมาะเป็นหลักยึดสะพานฟันหรือฟันปลอมบางส่วน เพราะแรงที่ส่งผ่านมาจะทำให้ฟันโยกมากขึ้น ก่อนทำครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอม ทันตแพทย์จึงต้องรักษาโรคเหงือกให้สงบก่อน และประเมินว่าฟันแต่ละซี่แข็งแรงพอหรือไม่ บางครั้งต้องปรับแผนเป็นการใส่ฟันทดแทนแบบอื่น เช่น รากฟันเทียม หลังควบคุมโรคได้แล้ว
ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง
"ฟันโยกตามอายุ แก่แล้วก็ต้องหลุด" ฟันโยกเกิดจากโรคหรือแรงที่มากเกิน ไม่ใช่อายุ
"ฟันโยกต้องถอนทุกซี่" ฟันโยกหลายกรณีรักษาได้และเก็บไว้ใช้งานได้นาน
"ขูดหินปูนแล้วฟันยิ่งโยก" หินปูนที่อุดอยู่ระหว่างฟันอาจทำให้ฟันดูเหมือนแน่น เมื่อเอาออก อาจรู้สึกว่าโยกขึ้นช่วงสั้นๆ แต่การปล่อยหินปูนไว้ทำให้กระดูกถูกทำลายต่อ เมื่อเหงือกหายอักเสบ ฟันมักแน่นขึ้น
"ฟันโยกให้หยุดแปรงซี่นั้น" ควรแปรงต่อเบาๆ การหยุดแปรงทำให้อักเสบมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ฟันโยกแล้วจะกลับมาแน่นเหมือนเดิมไหม ขึ้นกับสาเหตุ ฟันโยกจากการอักเสบ การติดเชื้อ หรือแรงสบกระแทก มักแน่นขึ้นเมื่อแก้สาเหตุ แต่ถ้ากระดูกหายไปมาก อาจไม่กลับมาแน่นเท่าเดิม
ฟันโยกเล็กน้อยระหว่างจัดฟัน อันตรายไหม ปกติ ถ้าโยกมากผิดปกติหรือปวด ให้แจ้งทันตแพทย์จัดฟัน
ฟันโยกแล้วใส่รากฟันเทียมได้ไหม ถ้าต้องถอนฟันซี่นั้น อาจใส่รากฟันเทียมได้หลังควบคุมโรคปริทันต์ให้สงบ และต้องดูแลต่อเนื่องอย่างเคร่งครัด
ฟันโยกเพราะนอนกัดฟัน ต้องทำอย่างไร ทันตแพทย์ตรวจว่ามีโรคเหงือกร่วมด้วยหรือไม่ และอาจทำเฝือกสบฟันใส่ตอนนอน เพื่อลดแรงที่กระทำต่อฟัน
ฟันโยกหลังใส่ครอบฟันใหม่ เกิดจากอะไร อาจเป็นเพราะครอบฟันสบสูงเกิน หรือมีปัญหาที่รากฟัน ควรกลับไปให้ทันตแพทย์ตรวจและปรับ
ฟันโยกเล็กน้อยแต่ไม่ปวด รอได้ไหม ไม่ควรรอนาน เพราะสาเหตุส่วนใหญ่อย่างโรคปริทันต์ลุกลามแบบเงียบๆ การตรวจเร็วช่วยให้เก็บฟันได้มากกว่า
ตรวจฟันโยกที่ Dental Vista
คลินิกมีทันตแพทย์ด้านปริทันตวิทยาสำหรับตรวจหาสาเหตุของฟันโยก วัดร่องลึกปริทันต์ เกลารากฟัน และวางแผนการดูแลต่อเนื่อง ขูดหินปูนและขัดฟัน 900–1,500 บาท ส่วนการรักษาโรคเหงือก ทันตแพทย์ประเมินตามอาการ ดูรายละเอียดที่ หน้าขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก
อ้างอิง
- สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. การวิเคราะห์ช่องว่างการดำเนินงานสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2568. กรมอนามัย
- Sanz M, Herrera D, Kebschull M, et al. Treatment of stage I–III periodontitis—The EFP S3 level clinical practice guideline. Journal of Clinical Periodontology. 2020;47(Suppl 22):4–60. UCL Discovery




