เกือบทุกคนแปรงฟันทุกวัน แต่น้อยคนที่แปรงได้สะอาดจริง หลายคนแปรงเร็ว ถูแรง แปรงแค่ด้านที่มองเห็น หรือกลั้วน้ำทันทีหลังแปรงจนฟลูออไรด์ถูกล้างออกหมด ผลคือแปรงฟันทุกวันแต่ยังมีเลือดออกตามไรฟัน หินปูนเกิดเร็ว และฟันผุตามขอบเหงือก
การแปรงฟันที่ดีมีเป้าหมายสองอย่าง คือ กำจัดคราบจุลินทรีย์ออกจากผิวฟันและขอบเหงือก ซึ่งเป็นต้นเหตุของเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ และ นำฟลูออไรด์ไปเคลือบผิวฟัน เพื่อป้องกันฟันผุ บทความนี้อธิบายวิธีที่ทำได้จริงทุกวัน พร้อมหลักฐานจากงานวิจัยเรื่องแปรงไฟฟ้าและน้ำยาบ้วนปาก
หลักสำคัญ 5 ข้อ
- แปรงวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน โดยเฉพาะก่อนนอนสำคัญที่สุด เพราะน้ำลายหลั่งน้อยตอนนอน
- แปรงนานประมาณ 2 นาที ให้ทั่วทุกด้านของฟันทุกซี่
- ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
- บ้วนยาสีฟันออก แต่ไม่กลั้วน้ำตามมาก
- ทำความสะอาดซอกฟันวันละครั้ง เพราะแปรงสีฟันเข้าไม่ถึง อ่านเพิ่มที่ ไหมขัดฟันกับแปรงซอกฟัน
เลือกแปรงสีฟัน
แปรงธรรมดา
- ขนนุ่ม ขนแข็งไม่ได้ทำความสะอาดได้ดีกว่า แต่เสี่ยงทำร้ายเหงือกและทำให้ฟันสึกที่คอฟัน
- หัวแปรงขนาดเล็กถึงกลาง เข้าถึงฟันกรามด้านในได้ง่าย
- ด้ามจับถนัดมือ
- เปลี่ยนทุก 3 เดือน หรือเร็วกว่านั้นเมื่อขนแปรงบาน ขนแปรงที่บานทำความสะอาดได้น้อยลงมาก
แปรงไฟฟ้าดีกว่าไหม
งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ปี 2014 รวม 56 การทดลอง ผู้เข้าร่วมกว่า 5,000 คน เปรียบเทียบแปรงไฟฟ้ากับแปรงธรรมดา พบว่า [1]
- แปรงไฟฟ้าลดคราบจุลินทรีย์ได้มากกว่า ประมาณร้อยละ 11 ในระยะสั้น และร้อยละ 21 เมื่อใช้นานกว่า 3 เดือน
- ลดเหงือกอักเสบได้มากกว่า ประมาณร้อยละ 6 ในระยะสั้น และร้อยละ 11 เมื่อใช้นานกว่า 3 เดือน
- แปรงไฟฟ้าแบบหัวกลมหมุนสลับทิศมีหลักฐานชัดเจนที่สุด
- ผู้วิจัยระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่าความแตกต่างนี้มีความสำคัญทางคลินิกมากแค่ไหน
สรุปในทางปฏิบัติคือ แปรงไฟฟ้าช่วยได้บ้าง โดยเฉพาะคนที่แปรงด้วยมือได้ไม่ทั่ว คนที่จัดฟัน ผู้สูงอายุ หรือคนที่มือไม่ถนัด แต่แปรงธรรมดาที่ใช้ถูกวิธีก็ทำความสะอาดได้ดี สิ่งสำคัญกว่าชนิดของแปรงคือการแปรงให้ทั่วและนานพอ
ถ้าใช้แปรงไฟฟ้า
- วางหัวแปรงบนฟันทีละซี่ ไม่ต้องถูไปมา ให้แปรงทำงาน
- ไม่กดแรง หลายรุ่นมีไฟเตือนเมื่อกดแรงเกิน
- เปลี่ยนหัวแปรงทุก 3 เดือน
ท่าแปรงฟันที่แนะนำ
ด้านนอกและด้านในของฟัน
- วางแปรงเอียงประมาณ 45 องศาเข้าหาขอบเหงือก ให้ขนแปรงครึ่งหนึ่งอยู่บนฟัน อีกครึ่งแตะขอบเหงือก
- ขยับสั้นๆ เบาๆ อยู่กับที่ ประมาณ 10 ครั้งต่อตำแหน่ง ครอบคลุมครั้งละ 2–3 ซี่
- ปัดขนแปรงออกจากเหงือก ไปทางปลายฟัน
- เลื่อนไปตำแหน่งถัดไป โดยให้ซ้อนกับตำแหน่งเดิมเล็กน้อย
- ด้านในของฟันหน้า ตั้งแปรงในแนวตั้ง ใช้ปลายแปรงขยับขึ้นลง
ด้านบดเคี้ยว
ถูไปมาสั้นๆ บนผิวบดเคี้ยวของฟันกรามทุกซี่ ทั้งบนและล่าง
ลำดับการแปรง
กำหนดลำดับให้เหมือนเดิมทุกครั้ง เช่น เริ่มจากฟันบนด้านขวาด้านนอก ไล่ไปด้านซ้าย แล้วกลับมาด้านใน จากนั้นทำฟันล่างแบบเดียวกัน แล้วจบด้วยด้านบดเคี้ยว การมีลำดับช่วยไม่ให้พลาดบางบริเวณ ซึ่งมักเป็นด้านในของฟันกรามล่าง และด้านนอกของฟันกรามบนซี่ในสุด
ความแรง: เบากว่าที่คิด
คราบจุลินทรีย์อ่อนนุ่ม ไม่ต้องใช้แรงมากในการกำจัด การแปรงแรงทำให้
- เหงือกบาดเจ็บ อาจมีส่วนทำให้เหงือกร่นในบางคน
- ฟันสึกเป็นร่องที่คอฟัน เกิดอาการเสียวฟัน
- ขนแปรงบานเร็ว
เคล็ดลับคือ จับแปรงด้วยปลายนิ้วเหมือนจับปากกา แทนการกำแน่น อ่านเพิ่มที่ เหงือกร่น
ยาสีฟัน: ฟลูออไรด์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
- ผู้ใหญ่ ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ความเข้มข้นประมาณ 1,000–1,500 ppm ขนาดเท่าเมล็ดถั่วลันเตา
- เด็ก ปริมาณและความเข้มข้นต่างกันตามอายุ อ่านเพิ่มที่ ฟันน้ำนมผุ
- คนที่เสี่ยงฟันผุสูง ทันตแพทย์อาจแนะนำยาสีฟันฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูง
- คนที่เสียวฟัน ใช้ยาสีฟันลดอาการเสียวฟันที่มีฟลูออไรด์ร่วมด้วย
- ยาสีฟันฟันขาว ส่วนใหญ่ขจัดคราบที่ผิวฟัน ไม่ได้เปลี่ยนสีเนื้อฟัน บางชนิดมีผงขัดหยาบ ไม่ควรใช้แรง
บ้วนออก ไม่กลั้วน้ำ
หลังแปรงฟัน ให้บ้วนยาสีฟันส่วนเกินออก แต่ ไม่ต้องกลั้วน้ำตามมาก หรือกลั้วน้ำเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ฟลูออไรด์ค้างบนผิวฟันนานขึ้น ข้อนี้สำคัญเป็นพิเศษสำหรับการแปรงก่อนนอน
ทำความสะอาดลิ้น
คราบบนลิ้นด้านหลังเป็นแหล่งสำคัญของกลิ่นปาก ใช้ที่ขูดลิ้นหรือแปรงปาดจากด้านหลังมาด้านหน้าเบาๆ วันละครั้ง อ่านเพิ่มที่ กลิ่นปากเกิดจากอะไร
น้ำยาบ้วนปาก ช่วยได้แค่ไหน
น้ำยาบ้วนปากเป็นตัวเสริม ไม่ใช่สิ่งที่ทดแทนการแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันได้
- น้ำยาบ้วนปากคลอร์เฮกซิดีน งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ปี 2017 รวม 51 การทดลองพบว่า การใช้ร่วมกับการแปรงฟันลดคราบจุลินทรีย์ได้มาก ส่วนเหงือกอักเสบลดลงน้อยกว่า และการใช้ตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไปทำให้ฟันเปลี่ยนสีเป็นคราบน้ำตาล ซึ่งต้องให้ทันตแพทย์ขัดออก และอาจมีหินปูนมากขึ้น [2] จึงเหมาะกับการใช้ช่วงสั้นตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เช่น หลังการผ่าตัดในช่องปาก
- น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ ช่วยป้องกันฟันผุ ควรใช้คนละเวลากับการแปรงฟัน เช่น หลังอาหารกลางวัน เพื่อไม่ล้างฟลูออไรด์จากยาสีฟัน
- น้ำยาบ้วนปากทั่วไป ช่วยให้สดชื่นชั่วคราว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
| ข้อผิดพลาด | ผลที่เกิด | ควรทำ |
|---|---|---|
| แปรงไม่ถึง 1 นาที | คราบเหลือ | ตั้งเวลา 2 นาที |
| แปรงแต่ด้านนอก | ด้านในฟันมีหินปูน | แปรงด้านในทุกครั้ง |
| ถูไปมาแรงๆ | เหงือกร่น ฟันสึก | ขยับสั้นๆ เบาๆ |
| ไม่แปรงขอบเหงือก | เหงือกอักเสบ | เอียงแปรงเข้าหาเหงือก |
| กลั้วน้ำหลายรอบหลังแปรง | ฟลูออไรด์ถูกล้างออก | บ้วนออกเฉยๆ |
| แปรงทันทีหลังกินของเปรี้ยว | ผิวฟันสึกง่าย | บ้วนน้ำแล้วรอสักพัก |
| ใช้แปรงเก่าที่ขนบาน | ทำความสะอาดไม่ได้ | เปลี่ยนทุก 3 เดือน |
| ไม่ทำความสะอาดซอกฟัน | ผุและอักเสบตามซอก | ใช้ไหมหรือแปรงซอกฟันวันละครั้ง |
ตรวจว่าแปรงสะอาดจริงไหม
- ใช้เม็ดหรือน้ำยาย้อมคราบฟัน ซึ่งเปลี่ยนสีคราบจุลินทรีย์ให้มองเห็น ทำให้รู้ว่าบริเวณไหนแปรงไม่ถึง
- ใช้ลิ้นสัมผัสผิวฟันหลังแปรง ฟันที่สะอาดจะลื่น ฟันที่มีคราบจะรู้สึกสาก
- สังเกตเลือดออก ถ้าแปรงสะอาดสม่ำเสมอแล้ว เลือดออกควรลดลงภายใน 1–2 สัปดาห์
- ให้ทันตแพทย์ตรวจ ในนัดขูดหินปูน และขอให้ชี้จุดที่ยังแปรงไม่ทั่ว
สถานการณ์เฉพาะ
- จัดฟัน อ่าน แปรงฟันตอนจัดฟัน
- เหงือกร่นหรือเสียวฟัน ใช้แปรงขนนุ่มพิเศษและยาสีฟันลดอาการเสียว
- ใส่ฟันปลอมถอดได้ ถอดล้างฟันปลอมทุกวันด้วยแปรงสำหรับฟันปลอม และแปรงฟันธรรมชาติที่เหลือ
- หลังผ่าตัดในช่องปาก แปรงฟันซี่อื่นได้ตามปกติ บริเวณแผลทำตามคำแนะนำ
แปรงฟันให้เด็กและผู้สูงอายุ
เด็ก
เด็กเล็กยังใช้มือได้ไม่คล่อง ผู้ปกครองควรแปรงให้หรือแปรงซ้ำให้อย่างน้อยจนเด็กอายุประมาณ 8 ขวบ ท่าที่สะดวกคือให้เด็กนอนหนุนตักหรือยืนหันหลังพิงผู้ปกครอง แล้วแปรงจากด้านหลัง ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะกับอายุ และดูแลไม่ให้เด็กกลืนยาสีฟัน อ่านเพิ่มที่ ฟันน้ำนมผุ
ผู้สูงอายุหรือคนที่ต้องมีผู้ดูแล
- ใช้แปรงไฟฟ้าหรือแปรงที่ด้ามใหญ่จับง่าย
- ถ้าผู้ดูแลแปรงให้ ให้ผู้สูงอายุนั่งบนเก้าอี้ ผู้ดูแลยืนด้านหลัง แล้วประคองศีรษะ
- ถอดฟันปลอมออกก่อนแปรงฟันธรรมชาติ และล้างฟันปลอมแยก
- ถ้าบ้วนน้ำลำบาก ใช้ยาสีฟันน้อยลงและเช็ดฟองออกด้วยผ้าชุบน้ำ
แปรงฟันในวันที่ไม่มีเวลา
วันที่เร่งรีบ อย่างน้อยให้แปรงฟันก่อนนอนให้ครบ 2 นาทีด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เพราะช่วงกลางคืนน้ำลายหลั่งน้อย ฟันเสี่ยงผุมากที่สุด ถ้าเดินทางหรือแปรงฟันไม่ได้หลังอาหาร ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหลายครั้ง และพกแปรงสีฟันขนาดพกพาติดกระเป๋า
ดูแลแปรงสีฟัน
- ล้างแปรงด้วยน้ำสะอาดหลังใช้ เคาะน้ำออก
- วางตั้งให้หัวแปรงอยู่ด้านบน ในที่อากาศถ่ายเท ให้แห้ง
- ไม่ใช้แปรงร่วมกับคนอื่น
- ไม่ต้องใส่ฝาครอบปิดสนิทขณะแปรงยังเปียก เพราะเชื้อเติบโตได้ดีในที่อับชื้น
- เปลี่ยนแปรงหลังหายป่วยจากการติดเชื้อในช่องปากหรือลำคอ
ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง
"แปรงแรงฟันยิ่งสะอาด" แรงมากไม่ได้สะอาดกว่า แต่ทำร้ายเหงือกและฟัน
"แปรงหลังอาหารทันทีดีที่สุดเสมอ" หลังกินอาหารหรือเครื่องดื่มเปรี้ยว ควรบ้วนน้ำแล้วรอสักพักก่อนแปรง
"เลือดออกตอนแปรง ควรหยุดแปรงตรงนั้น" เลือดออกเป็นสัญญาณเหงือกอักเสบ ต้องแปรงบริเวณนั้นให้สะอาดขึ้นด้วยแปรงนุ่ม อ่านเพิ่มที่ เลือดออกตอนแปรงฟัน
"ใช้น้ำยาบ้วนปากแล้วไม่ต้องแปรง" น้ำยาบ้วนปากไม่สามารถกำจัดคราบที่เกาะแน่นได้
คำถามที่พบบ่อย
แปรงฟันวันละ 3 ครั้งดีกว่าไหม แปรงหลังอาหารกลางวันได้ถ้าสะดวก แต่สิ่งสำคัญกว่าคือแปรงให้ทั่วและถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนนอน
แปรงฟันก่อนหรือหลังอาหารเช้า ทำได้ทั้งสองแบบ ถ้าแปรงหลังอาหารที่มีรสเปรี้ยว ควรรอสักพัก
ยาสีฟันสมุนไพรดีกว่าไหม ยาสีฟันที่ดีควรมีฟลูออไรด์ ยาสีฟันสมุนไพรหลายชนิดก็มีฟลูออไรด์ ดูที่ฉลาก
แปรงฟันแล้วคลื่นไส้ ทำอย่างไร ใช้แปรงหัวเล็ก ยาสีฟันรสอ่อน ก้มหน้าเล็กน้อย และหายใจทางจมูก เริ่มแปรงฟันหน้าก่อนแล้วค่อยไปฟันกรามด้านใน
ใช้ผงฟอกฟันหรือถ่านขัดฟันดีไหม ผลิตภัณฑ์ที่หยาบอาจทำให้ผิวฟันสึก และหลายชนิดไม่มีฟลูออไรด์ ไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ
แปรงฟันนานเกิน 2 นาทีดีกว่าไหม ไม่จำเป็น ถ้าแปรงได้ทั่วทุกด้านใน 2 นาที ก็เพียงพอ การแปรงนานและแรงเกินไปอาจทำให้เหงือกและคอฟันสึก
ตรวจฟันและขูดหินปูนที่ Dental Vista
ทันตแพทย์และทีมจะตรวจความสะอาด ชี้จุดที่แปรงไม่ถึง และสอนวิธีแปรงฟันที่เหมาะกับฟันของคุณในวันขูดหินปูน ขูดหินปูนและขัดฟัน 900–1,500 บาท ดูรายละเอียดที่ หน้าขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก
อ้างอิง
- Yaacob M, Worthington HV, Deacon SA, et al. Powered versus manual toothbrushing for oral health. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2014;(6):CD002281. University of Bristol
- James P, Worthington HV, Parnell C, et al. Chlorhexidine mouthrinse as an adjunctive treatment for gingival health. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2017;(3):CD008676. Cochrane




