กลิ่นปากเป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ ไม่กล้าพูดใกล้ๆ หรือต้องเคี้ยวหมากฝรั่งทั้งวัน บางคนแปรงฟันวันละหลายครั้งแล้วก็ยังมีกลิ่น ซึ่งมักเป็นเพราะแก้ไม่ตรงจุด

สิ่งที่ควรรู้อันดับแรกคือ กลิ่นปากส่วนใหญ่มาจากในช่องปากเอง งานทบทวนวรรณกรรมปี 2023 ระบุว่า ประมาณร้อยละ 80–90 ของกลิ่นปากมีต้นเหตุจากในช่องปาก และมีเพียงประมาณร้อยละ 5–9 ที่มาจากทางเดินหายใจหรือทางเดินอาหาร [1] ต้นเหตุหลักคือ คราบบนลิ้น และ โรคเหงือก ซึ่งทั้งคู่แก้ได้

บทความนี้อธิบายว่ากลิ่นปากเกิดขึ้นได้อย่างไร วิธีเช็กด้วยตัวเอง และวิธีแก้ที่ได้ผลจริง

กลิ่นปากเกิดขึ้นได้อย่างไร

ในช่องปากมีแบคทีเรียหลายร้อยชนิด บางชนิดที่เติบโตได้ดีในที่ไม่มีออกซิเจน เช่น ใต้คราบบนลิ้นด้านหลัง หรือในร่องลึกปริทันต์ จะย่อยโปรตีนจากเศษอาหาร เซลล์ที่หลุดลอก และเลือด แล้วปล่อย สารประกอบซัลเฟอร์ที่ระเหยได้ ออกมา สารหลัก 2 ตัว ได้แก่ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (กลิ่นไข่เน่า) และเมทิลเมอร์แคปแทน (กลิ่นเน่าเหม็น) ซึ่งรวมกันคิดเป็นประมาณร้อยละ 90 ของสารกลุ่มนี้ [1]

ยิ่งมีคราบสะสม มีที่อับอากาศ และน้ำลายน้อย กลิ่นยิ่งแรง

สาเหตุที่พบบ่อย

ในช่องปาก

  • คราบบนลิ้น โดยเฉพาะด้านหลังของลิ้น ผิวลิ้นมีปุ่มเล็กๆ จำนวนมากที่เก็บเศษอาหารและเซลล์ที่หลุดลอก เป็นแหล่งของแบคทีเรียผลิตกลิ่น งานทบทวนระบุว่าคราบบนลิ้นเป็นปัจจัยสำคัญของกลิ่นปาก [1]
  • โรคเหงือกและโรคปริทันต์ ร่องลึกปริทันต์เป็นที่อับอากาศ มีเลือดและหนอง ทำให้มีกลิ่นแรง การรักษาโรคปริทันต์ช่วยลดสารที่ทำให้เกิดกลิ่นได้ [1] อ่านเพิ่มที่ โรคปริทันต์คืออะไร
  • เศษอาหารติดซอกฟัน ที่แปรงไม่ถึง
  • ฟันผุเป็นรูใหญ่ เศษอาหารเข้าไปค้าง
  • ฟันปลอม รีเทนเนอร์ หรือเครื่องมือจัดฟันที่ไม่ได้ล้าง
  • ฟันคุดที่มีเหงือกคลุม อ่านเพิ่มที่ ฟันคุดปวด เหงือกบวม
  • แผลหลังถอนฟันที่ยังไม่หาย หรือเบ้าฟันอักเสบ

ปากแห้ง

น้ำลายช่วยชะล้างและมีสารต้านแบคทีเรีย เมื่อน้ำลายน้อย กลิ่นจะแรงขึ้น สาเหตุของปากแห้ง ได้แก่

  • ตื่นนอนตอนเช้า น้ำลายหลั่งน้อยตอนนอน จึงมีกลิ่นปากตอนเช้าได้ในคนทั่วไป ถือว่าปกติ
  • หายใจทางปาก นอนกรน
  • ดื่มน้ำน้อย อดอาหาร
  • ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาลดความดันบางกลุ่ม ยาต้านเศร้า
  • อายุมากขึ้น และบางโรค

อาหารและพฤติกรรม

  • กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศบางชนิด สารกลิ่นถูกดูดซึมเข้าเลือดแล้วออกทางลมหายใจ จึงแปรงฟันแล้วยังมีกลิ่นได้จนกว่าร่างกายจะขับออก
  • กาแฟ แอลกอฮอล์
  • การสูบบุหรี่ ทั้งกลิ่นจากบุหรี่เอง และทำให้ปากแห้งและเป็นโรคเหงือกมากขึ้น

นอกช่องปาก (พบน้อยกว่า)

แหล่ง ตัวอย่าง
จมูกและไซนัส ไซนัสอักเสบ น้ำมูกไหลลงคอ
ต่อมทอนซิล ทอนซิลอักเสบ นิ่วทอนซิล (ก้อนขาวเหม็นในซอกทอนซิล)
ทางเดินอาหาร กรดไหลย้อน
โรคทางร่างกาย เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคตับ โรคไต

ถ้าทันตแพทย์ตรวจแล้วไม่พบสาเหตุในช่องปาก ควรพบแพทย์หูคอจมูก หรือแพทย์อายุรกรรม [1]

เช็กกลิ่นปากด้วยตัวเอง

การเป่าลมใส่มือแล้วดมมักไม่แม่นยำ เพราะจมูกเราชินกับกลิ่นของตัวเอง วิธีที่ใช้ได้ดีกว่า

  • เลียหลังข้อมือ รอให้แห้งประมาณ 10 วินาที แล้วดม
  • ใช้ไหมขัดฟันขัดซอกฟันกราม แล้วดมไหม
  • ใช้ช้อนพลาสติกปาดลิ้นด้านหลังเบาๆ แล้วดมคราบที่ได้ ถ้ามีกลิ่น แสดงว่าคราบบนลิ้นเป็นต้นเหตุสำคัญ
  • ถามคนใกล้ชิดที่ไว้ใจ

บางคนกังวลว่าตัวเองมีกลิ่นปากมาก ทั้งที่คนรอบข้างไม่ได้กลิ่นเลย ภาวะนี้พบได้และอาจเกี่ยวกับความกังวล [1] การตรวจโดยทันตแพทย์ช่วยให้สบายใจและแก้ได้ตรงจุด

วิธีแก้ที่ได้ผล

1. ทำความสะอาดลิ้นทุกวัน

  • ใช้ที่ขูดลิ้นหรือแปรงสีฟัน ปาดจากด้านหลังของลิ้นมาด้านหน้า เบาๆ 5–10 ครั้ง
  • ล้างที่ขูดลิ้นระหว่างปาด
  • ไม่ต้องกดแรงจนลิ้นเป็นแผล
  • ถ้าคลื่นไส้ ให้แลบลิ้นออกมาให้สุดและหายใจทางจมูก เริ่มจากตรงกลางลิ้นแล้วค่อยๆ ไปด้านหลัง

การศึกษาที่ทบทวนไว้พบว่าการขูดลิ้นลดสารที่ทำให้เกิดกลิ่นได้ [1] แต่ผลมักอยู่ไม่นาน จึงต้องทำเป็นประจำทุกวัน งานทบทวนของ Cochrane ปี 2019 รวม 44 การศึกษาเกี่ยวกับวิธีจัดการกลิ่นปาก ทั้งการทำความสะอาดลิ้น หมากฝรั่ง ยาสีฟัน และน้ำยาบ้วนปาก พบหลักฐานความน่าเชื่อถือต่ำว่าวิธีเหล่านี้ช่วยได้เมื่อเทียบกับไม่ทำ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าวิธีไหนดีที่สุด [2] การดูแลหลายอย่างร่วมกันจึงเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผล

2. ทำความสะอาดซอกฟัน

แปรงฟันอย่างเดียวไม่ถึงซอกฟัน ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันวันละครั้ง อ่านวิธีเลือกที่ ไหมขัดฟันกับแปรงซอกฟัน

3. รักษาโรคเหงือกและฟันผุ

ถ้ามีเหงือกอักเสบ หินปูน หรือร่องลึกปริทันต์ การขูดหินปูนและเกลารากฟันจะช่วยลดกลิ่นได้ชัดเจน อ่านเพิ่มที่ เกลารากฟันคืออะไร

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ดื่มน้ำเปล่าระหว่างวัน โดยเฉพาะหลังตื่นนอน หลังดื่มกาแฟ และหลังออกกำลังกาย การเคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลช่วยกระตุ้นน้ำลายได้ชั่วคราว

5. น้ำยาบ้วนปาก ใช้เสริม ไม่ใช่แทน

ชนิด ข้อดี ข้อควรรู้
ผสมคลอร์เฮกซิดีน ลดคราบจุลินทรีย์ได้มาก [3] ใช้นานทำให้ฟันเปลี่ยนสี รับรสเปลี่ยน ใช้ช่วงสั้นตามคำแนะนำ
ผสมซีพีซี หรือสังกะสี ลดเชื้อหรือจับสารที่ทำให้เกิดกลิ่น ช่วยได้ชั่วคราว
ผสมแอลกอฮอล์สูง สดชื่นทันที อาจทำให้ปากแห้ง กลิ่นกลับมาเร็ว
น้ำยากลิ่นหอมทั่วไป กลบกลิ่น ไม่ได้แก้ต้นเหตุ

น้ำยาบ้วนปากที่ใช้แทนการแปรงฟันและทำความสะอาดลิ้นจะได้ผลแค่ชั่วคราว เพราะคราบที่เป็นต้นเหตุยังอยู่

6. ดูแลฟันปลอมและเครื่องมือในปาก

ถอดฟันปลอมหรือรีเทนเนอร์ล้างทุกวัน และไม่ใส่ฟันปลอมนอนถ้าทันตแพทย์ไม่ได้แนะนำ

7. ลดหรือเลิกบุหรี่

นอกจากลดกลิ่นแล้ว ยังช่วยสุขภาพเหงือกโดยตรง

เมื่อไหร่ควรพบทันตแพทย์

  • กลิ่นปากไม่ดีขึ้นแม้ทำความสะอาดฟันและลิ้นดีแล้ว 2 สัปดาห์
  • มีเลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม ฟันโยก
  • มีรสชาติแปลกในปาก หรือมีหนอง
  • ฟันผุเป็นรู
  • ปากแห้งมากต่อเนื่อง

ทันตแพทย์จะตรวจฟัน เหงือก ลิ้น และฟันปลอม วัดร่องลึกปริทันต์ และแนะนำการรักษา ถ้าไม่พบสาเหตุในช่องปาก จะแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทาง

กลิ่นปากในสถานการณ์เฉพาะ

คนที่ใส่ฟันปลอมถอดได้

ฟันปลอมที่ไม่ได้ล้างเป็นแหล่งสะสมคราบและเชื้อรา ทำให้มีกลิ่นได้ชัดเจน ควรถอดฟันปลอมล้างด้วยแปรงสำหรับฟันปลอมทุกวัน แช่น้ำยาทำความสะอาดฟันปลอมตามคำแนะนำ และถอดพักตอนกลางคืนถ้าทันตแพทย์ไม่ได้แนะนำเป็นอย่างอื่น ฟันปลอมที่หลวมหรือมีรอยแตกทำให้เศษอาหารติดง่าย ควรให้ทันตแพทย์ตรวจปรับ

คนที่จัดฟัน

เครื่องมือจัดฟันเก็บเศษอาหารได้มาก ต้องแปรงรอบแบร็กเก็ตและใช้แปรงซอกฟันทุกวัน ส่วนคนที่ใส่จัดฟันใสหรือรีเทนเนอร์ ต้องล้างถาดทุกวันและไม่ใส่ถาดทับเศษอาหาร อ่านเพิ่มที่ แปรงฟันตอนจัดฟัน

ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุมักกินยาหลายชนิดที่ทำให้ปากแห้ง มีเหงือกร่นและซอกฟันกว้าง และอาจทำความสะอาดได้ไม่ทั่วเพราะมือไม่ถนัด การใช้แปรงไฟฟ้า แปรงซอกฟันด้ามยาว และการจิบน้ำบ่อยๆ ช่วยได้มาก ถ้าปากแห้งมาก ควรปรึกษาแพทย์ว่าปรับยาได้หรือไม่ และทันตแพทย์อาจแนะนำผลิตภัณฑ์ช่วยให้ชุ่มชื้น

ช่วงตั้งครรภ์

เหงือกอักเสบง่ายขึ้นจากฮอร์โมน และอาการแพ้ท้องทำให้แปรงฟันลำบาก อาจลองใช้แปรงหัวเล็ก ยาสีฟันรสอ่อน และแปรงในช่วงที่ไม่คลื่นไส้ อ่านเพิ่มที่ โรคเหงือกกับเบาหวาน ตั้งครรภ์ และโรคหัวใจ

ที่คลินิก ทันตแพทย์ตรวจกลิ่นปากอย่างไร

  1. ซักประวัติ กลิ่นเป็นตลอดเวลาหรือบางช่วง มีใครบอกหรือรู้สึกเอง ยาที่ใช้ โรคประจำตัว การสูบบุหรี่
  2. ตรวจฟันทุกซี่ หาฟันผุ วัสดุอุดที่แตก และเศษอาหารที่ติดค้าง
  3. ตรวจเหงือก วัดร่องลึกปริทันต์ หาโรคเหงือกที่เป็นแหล่งกลิ่น
  4. ตรวจลิ้น ดูปริมาณคราบบนลิ้น
  5. ตรวจฟันปลอมหรือเครื่องมือในปาก
  6. ให้คำแนะนำและนัดติดตาม เพื่อดูว่ากลิ่นลดลงหลังแก้ไขหรือไม่

ถ้าแก้ไขในช่องปากครบแล้วกลิ่นยังอยู่ ทันตแพทย์จะแนะนำให้พบแพทย์หูคอจมูกหรืออายุรแพทย์ เพื่อตรวจสาเหตุนอกช่องปาก

แผนดูแลกลิ่นปากใน 2 สัปดาห์

ช่วงเวลา สิ่งที่ทำ
ทุกเช้า แปรงฟัน 2 นาที ทำความสะอาดลิ้น ดื่มน้ำหนึ่งแก้ว
หลังอาหาร บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า ถ้าแปรงได้ให้แปรง
ระหว่างวัน จิบน้ำบ่อยๆ ลดกาแฟและเครื่องดื่มหวาน
ก่อนนอน ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน แปรงฟัน ทำความสะอาดลิ้น บ้วนยาสีฟันออกไม่ต้องกลั้วน้ำมาก
ทุกวัน ล้างฟันปลอมหรือรีเทนเนอร์
ครบ 2 สัปดาห์ ถ้ายังมีกลิ่น นัดตรวจกับทันตแพทย์

ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง

"กลิ่นปากมาจากกระเพาะอาหาร" ส่วนใหญ่ไม่ใช่ กลิ่นปากจากทางเดินอาหารพบน้อย ต้นเหตุส่วนใหญ่อยู่ในช่องปาก [1]

"แปรงฟันบ่อยๆ จะหายเอง" ถ้าไม่ทำความสะอาดลิ้นและซอกฟัน หรือมีโรคเหงือก การแปรงฟันบ่อยขึ้นอาจไม่ช่วย

"น้ำยาบ้วนปากแรงๆ ดีที่สุด" น้ำยาที่แรงไม่ได้แก้ต้นเหตุ และบางชนิดทำให้ปากแห้ง

"หมากฝรั่งรักษากลิ่นปาก" หมากฝรั่งกลบกลิ่นและกระตุ้นน้ำลายชั่วคราว ไม่ได้กำจัดคราบ

คำถามที่พบบ่อย

ตื่นนอนแล้วปากเหม็น ผิดปกติไหม ปกติในคนทั่วไป เพราะน้ำลายน้อยตอนนอน แปรงฟัน ทำความสะอาดลิ้น และดื่มน้ำแล้วกลิ่นควรหายไป

ลูกมีกลิ่นปาก เกิดจากอะไรได้บ้าง เด็กอาจมีกลิ่นปากจากฟันผุ การแปรงฟันไม่ทั่ว ทอนซิลอักเสบ หรือสิ่งแปลกปลอมในจมูก ควรพาไปตรวจ

ตอนอดอาหารหรือลดน้ำหนักมีกลิ่นปาก ทำไม น้ำลายลดลง และร่างกายเผาผลาญไขมันจนเกิดสารที่มีกลิ่นออกทางลมหายใจ ดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยได้

ใช้สเปรย์ระงับกลิ่นปากบ่อยๆ ได้ไหม ใช้ได้เป็นครั้งคราวเพื่อความมั่นใจ แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ ถ้าต้องใช้ทุกวัน ควรหาสาเหตุ

ฟันผุทำให้มีกลิ่นปากได้ไหม ได้ ฟันที่ผุเป็นรูใหญ่เก็บเศษอาหารไว้ ควรอุดหรือรักษาฟันซี่นั้น

ตรวจกลิ่นปากที่ Dental Vista

ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุในช่องปาก ขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก และแนะนำการทำความสะอาดที่เหมาะกับคุณ ขูดหินปูนและขัดฟัน 900–1,500 บาท ดูรายละเอียดที่ หน้าขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก

อ้างอิง

  1. Lee YH, Hong JY. Oral microbiome as a co-mediator of halitosis and periodontitis: a narrative review. Frontiers in Oral Health. 2023;4:1229145. Frontiers
  2. Kumbargere Nagraj S, Eachempati P, Uma E, et al. Interventions for managing halitosis. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2019;(12):CD012213. Cochrane
  3. James P, Worthington HV, Parnell C, et al. Chlorhexidine mouthrinse as an adjunctive treatment for gingival health. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2017;(3):CD008676. Cochrane