เมื่อทันตแพทย์บอกว่าต้อง "เกลารากฟัน" คนไข้หลายคนสงสัยว่าต่างจากการขูดหินปูนที่ทำทุก 6 เดือนอย่างไร และทำไมต้องฉีดยาชาหรือแบ่งทำหลายครั้ง คำตอบสั้นๆ คือ ขูดหินปูนทั่วไปทำความสะอาดเหนือเหงือก ส่วนเกลารากฟันทำความสะอาดลึกลงไปใต้เหงือก บนผิวรากฟันในร่องลึกปริทันต์ ซึ่งเป็นจุดที่เชื้อก่อโรคปริทันต์อาศัยอยู่
แนวทางการรักษาโรคปริทันต์ระยะที่ 1–3 ของสหพันธ์ปริทันตวิทยายุโรป (2020) ระบุว่า การทำความสะอาดใต้เหงือกเป็นการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยโรคปริทันต์ทุกราย หลังจากที่ควบคุมคราบจุลินทรีย์เหนือเหงือกและปัจจัยเสี่ยงได้แล้ว [1] บทความนี้อธิบายว่าเกลารากฟันคืออะไร ทำอย่างไร และต้องดูแลตัวเองอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด
ขูดหินปูนกับเกลารากฟันต่างกันอย่างไร
| ขูดหินปูนและขัดฟัน | เกลารากฟัน | |
|---|---|---|
| บริเวณที่ทำ | ผิวฟันเหนือเหงือก และใต้ขอบเหงือกเล็กน้อย | ผิวรากฟันในร่องลึกปริทันต์ใต้เหงือก |
| เหมาะกับ | คนที่เหงือกปกติหรือเหงือกอักเสบ | คนที่เป็นโรคปริทันต์ มีร่องลึก |
| ยาชา | ส่วนใหญ่ไม่ต้อง | มักฉีดยาชาเฉพาะที่ |
| จำนวนครั้ง | มักครั้งเดียว | มักแบ่งทำเป็นส่วนๆ หรือทำทั้งปากในครั้งเดียวตามแผน |
| การนัดติดตาม | ตามรอบปกติ | ประเมินผลหลังประมาณ 6–8 สัปดาห์ |
อ่านเรื่องการขูดหินปูนทั่วไปได้ที่ ขูดหินปูนบ่อยแค่ไหน
ทำไมต้องทำความสะอาดใต้เหงือก
ในโรคปริทันต์ ร่องระหว่างเหงือกกับฟันลึกขึ้นเป็นร่องลึกปริทันต์ ภายในร่องนี้มีหินปูนเกาะแน่นบนผิวรากฟัน และมีคราบเชื้อที่ไม่ต้องการออกซิเจนอาศัยอยู่ แปรงสีฟันและไหมขัดฟันเข้าไปได้ลึกเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ร่องที่ลึกกว่านั้นจึงทำความสะอาดเองไม่ได้ ตราบใดที่หินปูนและคราบเชื้อยังอยู่ การอักเสบก็ยังทำลายกระดูกต่อไป
การเกลารากฟันกำจัดสิ่งเหล่านี้ออก ทำให้ผิวรากฟันสะอาดและเรียบ เนื้อเยื่อเหงือกจึงหายอักเสบ หดตัวแนบกับฟัน และร่องลึกตื้นขึ้น
ใครต้องเกลารากฟัน
ทันตแพทย์จะพิจารณาจากการตรวจ ได้แก่
- วัดร่องลึกปริทันต์ รอบฟันทุกซี่ ถ้าร่องลึกกว่าปกติและมีเลือดออกเมื่อวัด แสดงว่ามีการอักเสบในร่องลึก
- เอกซเรย์ เห็นการสูญเสียกระดูกรอบรากฟัน
- อาการ เช่น เหงือกบวม มีหนอง ฟันโยก กลิ่นปาก
อ่านเรื่องโรคปริทันต์ที่ โรคปริทันต์คืออะไร
ก่อนเกลารากฟัน
แนวทางสากลแนะนำให้เริ่มจากการควบคุมคราบจุลินทรีย์และปัจจัยเสี่ยงก่อน [1] ในทางปฏิบัติ
- ทันตแพทย์สอนวิธีแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันที่เหมาะกับคุณ เช่น ขนาดแปรงซอกฟัน
- ขูดหินปูนเหนือเหงือก และแก้ไขสิ่งที่ทำให้ทำความสะอาดยาก
- แนะนำให้เลิกบุหรี่ และควบคุมเบาหวานถ้ามี
- ซักประวัติโรคและยา เช่น ยาละลายลิ่มเลือด เพื่อวางแผนให้ปลอดภัย
เหตุผลคือ ถ้าการทำความสะอาดที่บ้านยังไม่ดี เชื้อจะกลับมาสะสมในร่องเหงือกเร็ว และผลของการเกลารากฟันจะอยู่ได้ไม่นาน
ขั้นตอนการเกลารากฟัน
- ฉีดยาชาเฉพาะที่ บริเวณที่จะทำ เพื่อให้ทำได้ละเอียดโดยไม่เจ็บ
- ใช้เครื่องมืออัลตราโซนิก ปลายเล็กพิเศษสอดลงในร่องเหงือก สั่นสะเทือนเพื่อแตกหินปูน พร้อมน้ำล้าง
- ใช้เครื่องมือมือ ปลายคมโค้งรับกับผิวราก ขูดหินปูนที่เหลือและทำให้ผิวรากเรียบ
- ล้างร่องเหงือก
- ตรวจซ้ำ ว่าผิวรากสะอาดทั่วถึง
ทำทีละส่วนหรือทำทั้งปาก
ทันตแพทย์อาจแบ่งช่องปากเป็น 2–4 ส่วน แล้วนัดทำทีละส่วนในหลายครั้ง หรือทำทั้งปากในครั้งเดียวหรือภายใน 24 ชั่วโมง แนวทางสากลระบุว่าทั้งสองวิธีให้ผลใกล้เคียงกัน การเลือกขึ้นกับความรุนแรงของโรค ความสะดวกของคนไข้ และการประเมินของทันตแพทย์ [1]
ระหว่างทำรู้สึกอย่างไร
เมื่อยาชาออกฤทธิ์ ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ จะรู้สึกแรงสั่นของเครื่องมือ เสียง และน้ำ บางจุดที่ยาชาไม่ถึงอาจรู้สึกเสียว บอกทันตแพทย์ได้ทันที แต่ละส่วนมักใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นกับจำนวนฟันและความลึกของร่อง
หลังเกลารากฟันจะเป็นอย่างไร
| อาการ | พบได้บ่อยไหม | ทำอย่างไร |
|---|---|---|
| เหงือกระบมหรือปวดเล็กน้อย 1–3 วัน | บ่อย | ยาแก้ปวดที่ใช้เป็นประจำ บ้วนน้ำเกลืออุ่น |
| เสียวฟันกับของเย็น | บ่อย | ยาสีฟันลดอาการเสียวฟัน มักดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ |
| เลือดซึมเล็กน้อยวันแรก | พบได้ | ไม่ต้องกังวล ถ้าออกมากหรือนานให้ติดต่อคลินิก |
| เหงือกร่นลง ฟันดูยาวขึ้น ซอกฟันกว้างขึ้น | พบได้เมื่อหายอักเสบ | เป็นผลจากเหงือกที่ยุบบวม ไม่ใช่ความเสียหายจากการรักษา |
| ฟันโยกมากขึ้นช่วงแรก | บางคน | มักแน่นขึ้นเมื่อเหงือกหายอักเสบ |
การดูแลตัวเองหลังทำ
- แปรงฟันได้ตามปกติตั้งแต่คืนแรก ใช้แปรงขนนุ่ม แปรงเบาๆ บริเวณที่ทำ
- เริ่มทำความสะอาดซอกฟันภายใน 1–2 วัน ตามที่ทันตแพทย์สอน แม้จะมีเลือดออกเล็กน้อยในช่วงแรก
- กินอาหารนิ่มในวันแรก ถ้ายังระบม และระวังกัดลิ้นหรือแก้มขณะยังชา
- งดสูบบุหรี่ ซึ่งทำให้เหงือกหายช้า
- ใช้น้ำยาบ้วนปากตามคำแนะนำ ทันตแพทย์บางท่านอาจให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อช่วงสั้นๆ
ผลที่คาดได้
ประมาณ 6–8 สัปดาห์หลังเกลารากฟัน ทันตแพทย์จะวัดร่องลึกใหม่ ส่วนใหญ่จะเห็นว่า
- เลือดออกน้อยลงมาก
- ร่องลึกตื้นขึ้น
- เหงือกกระชับ สีชมพูขึ้น
- กลิ่นปากลดลง
บริเวณที่ร่องยังลึกอยู่ อาจต้องเกลาซ้ำ หรือพิจารณาการผ่าตัดปริทันต์ ซึ่งเปิดเหงือกเพื่อให้มองเห็นและทำความสะอาดผิวรากได้ทั่วถึง หรือเพื่อฟื้นฟูกระดูกในบางลักษณะ [1]
ยาฆ่าเชื้อและยาเสริม
หลายคนคาดว่าจะได้ยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย แนวทางของสหพันธ์ปริทันตวิทยายุโรประบุว่า ไม่ควรใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดกินเป็นประจำ ร่วมกับการเกลารากฟัน เพราะคำนึงถึงผลข้างเคียงและปัญหาเชื้อดื้อยา อาจพิจารณาในผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น เช่น โรคที่ลุกลามเร็วในคนอายุน้อย [1] ส่วนน้ำยาบ้วนปากคลอร์เฮกซิดีนช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้มากเมื่อใช้ร่วมกับการแปรงฟัน แต่ทำให้ฟันเปลี่ยนสีเมื่อใช้นาน จึงมักใช้ช่วงสั้นๆ [2]
หลังรักษา ต้องนัดบ่อยแค่ไหน
โรคปริทันต์กลับมาได้ถ้าไม่ดูแลต่อเนื่อง ทันตแพทย์จะนัดตรวจและทำความสะอาดเป็นระยะ ส่วนใหญ่ทุก 3–6 เดือน ขึ้นกับความรุนแรงและความเสี่ยงของแต่ละคน [1] การมาตามนัดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการเก็บฟันไว้ในระยะยาว
ผ่าตัดปริทันต์คืออะไร เมื่อไหร่ต้องทำ
ถ้าหลังเกลารากฟันแล้วยังมีร่องลึกที่มีเลือดออกในบางบริเวณ ทันตแพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดปริทันต์ ซึ่งมีหลายแบบตามวัตถุประสงค์
- ผ่าตัดเปิดเหงือกเพื่อทำความสะอาด เปิดเหงือกออกเพื่อให้มองเห็นและทำความสะอาดผิวรากฟันที่ลึกได้ทั่วถึง แล้วเย็บปิด ร่องลึกจะตื้นขึ้น ทำความสะอาดเองได้ง่ายขึ้น
- ผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูกระดูก ใช้ได้กับการสูญเสียกระดูกบางลักษณะ ใส่วัสดุช่วยให้กระดูกและเนื้อเยื่อยึดงอกใหม่บางส่วน
- ผ่าตัดปรับแต่งเหงือกและกระดูก ในบางกรณี
การผ่าตัดมักทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ หลังผ่าตัดอาจปวดบวมเล็กน้อยไม่กี่วัน และต้องมาตัดไหมตามนัด แนวทางสากลแนะนำให้พิจารณาการผ่าตัดเมื่อการรักษาขั้นก่อนหน้าไม่ได้ผลเพียงพอ และคนไข้ทำความสะอาดได้ดีแล้ว [1]
จำนวนนัดและเวลาที่ใช้โดยประมาณ
| ขั้นตอน | จำนวนนัดโดยประมาณ |
|---|---|
| ตรวจ วัดร่องลึก เอกซเรย์ วางแผน | 1 ครั้ง |
| สอนทำความสะอาด ขูดหินปูนเหนือเหงือก | 1 ครั้ง |
| เกลารากฟัน | 1–4 ครั้ง ขึ้นกับการแบ่งส่วน |
| ประเมินผลหลัง 6–8 สัปดาห์ | 1 ครั้ง |
| ผ่าตัดปริทันต์ (ถ้าจำเป็น) | ตามจำนวนบริเวณ |
| ดูแลต่อเนื่อง | ทุก 3–6 เดือน |
จำนวนนัดจริงขึ้นกับความรุนแรงของโรคและการตอบสนองของแต่ละคน ทันตแพทย์จะแจ้งแผนและค่าใช้จ่ายโดยประมาณก่อนเริ่ม
เตรียมตัวก่อนวันนัดเกลารากฟัน
- กินอาหารมาก่อนได้ตามปกติ
- กินยาประจำตัวตามปกติ แจ้งยาที่ใช้ทุกชนิด
- แปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันก่อนมา
- ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บ บอกทันตแพทย์ล่วงหน้า
- เตรียมยาแก้ปวดที่ใช้เป็นประจำไว้ที่บ้าน
ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง
"เกลารากฟันแล้วฟันห่าง" ฟันไม่ได้ห่างจากการรักษา แต่เหงือกที่บวมจากการอักเสบยุบลง ทำให้เห็นช่องที่มีอยู่แล้วชัดขึ้น
"เกลารากฟันทำให้ฟันโยก" ฟันโยกเพราะกระดูกที่หายไปจากโรค การรักษาช่วยหยุดการลุกลาม และฟันที่โยกจากการอักเสบมักแน่นขึ้น
"ทำครั้งเดียวแล้วจบ" โรคปริทันต์เป็นโรคเรื้อรัง ต้องดูแลต่อเนื่อง
"เลือดออกตอนแปรงหลังทำ ควรหยุดแปรงบริเวณนั้น" ควรแปรงต่อเบาๆ เลือดจะลดลงเมื่อการอักเสบสงบ
คำถามที่พบบ่อย
เกลารากฟันต้องหยุดงานไหม ส่วนใหญ่ทำงานได้ตามปกติในวันเดียวกันหรือวันถัดไป
ตั้งครรภ์เกลารากฟันได้ไหม การรักษาโรคเหงือกทำได้ระหว่างตั้งครรภ์ ควรแจ้งทันตแพทย์ อ่านเพิ่มที่ โรคเหงือกกับเบาหวาน ตั้งครรภ์ และโรคหัวใจ
กินยาละลายลิ่มเลือดเกลารากฟันได้ไหม ส่วนใหญ่ทำได้ แจ้งทันตแพทย์ก่อน และห้ามหยุดยาเอง อ่านเพิ่มที่ ถอนฟันได้ไหม ถ้ามีโรคประจำตัว
เกลารากฟันแล้วต้องทำซ้ำบ่อยไหม ถ้าทำความสะอาดที่บ้านดีและมาตามนัดดูแลต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ไม่ต้องเกลาซ้ำทั้งปาก อาจทำเฉพาะบางจุดที่ร่องยังลึกหรือกลับมาอักเสบ
หลังเกลารากฟันกินอะไรได้บ้าง กินอาหารได้ตามปกติหลังยาชาหมด ถ้าเสียวฟันให้เลี่ยงของเย็นจัดหรือร้อนจัดช่วงแรก
เกลารากฟันกับการขูดหินปูนใต้เหงือกคือสิ่งเดียวกันไหม คล้ายกัน ทั้งสองคำหมายถึงการทำความสะอาดคราบและหินปูนใต้เหงือก แต่เกลารากฟันเน้นการทำให้ผิวรากในร่องลึกสะอาดและเรียบ
สรุป: เกลารากฟันได้ผลดีเมื่อไหร่
การเกลารากฟันได้ผลดีที่สุดเมื่อมีสามอย่างประกอบกัน ได้แก่ การทำความสะอาดใต้เหงือกที่ละเอียดทั่วถึง โดยทันตแพทย์ การทำความสะอาดที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะซอกฟัน และ การควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น การเลิกบุหรี่และการควบคุมเบาหวาน ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ผลมักไม่ดีเท่าที่ควร หรือโรคกลับมาเร็ว ทันตแพทย์จะติดตามผลร่วมกับคุณในทุกนัด เพื่อปรับแผนให้เหมาะสม อ่านวิธีทำความสะอาดที่ ไหมขัดฟันกับแปรงซอกฟัน และ แปรงฟันอย่างไรให้ถูกวิธี
เกลารากฟันเจ็บกว่าขูดหินปูนไหม ระหว่างทำมักไม่เจ็บเพราะใช้ยาชา หลังยาชาหมดอาจระบมมากกว่าการขูดหินปูนทั่วไปเล็กน้อย ส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 1–3 วัน
เกลารากฟันที่ Dental Vista
คลินิกมีทันตแพทย์ด้านปริทันตวิทยาสำหรับตรวจวัดร่องลึกปริทันต์ เกลารากฟัน และวางแผนการดูแลต่อเนื่อง ขูดหินปูนและขัดฟัน 900–1,500 บาท ส่วนเกลารากฟันและการรักษาโรคเหงือก ทันตแพทย์ประเมินตามอาการ ดูรายละเอียดที่ หน้าขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก
อ้างอิง
- Sanz M, Herrera D, Kebschull M, et al. Treatment of stage I–III periodontitis—The EFP S3 level clinical practice guideline. Journal of Clinical Periodontology. 2020;47(Suppl 22):4–60. UCL Discovery
- James P, Worthington HV, Parnell C, et al. Chlorhexidine mouthrinse as an adjunctive treatment for gingival health. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2017;(3):CD008676. Cochrane




