ช่องปากไม่ได้แยกขาดจากร่างกายส่วนอื่น การอักเสบเรื้อรังในเหงือกเกี่ยวข้องกับโรคทางร่างกายหลายโรค และโรคทางร่างกายบางโรคก็ทำให้เหงือกอักเสบง่ายขึ้น ข้อมูลเรื่องนี้แพร่หลายในโลกออนไลน์ บางข้อมีหลักฐานชัดเจน บางข้อยังเป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุอะไรเป็นผล

บทความนี้สรุปหลักฐานจากงานวิจัยในสามเรื่องที่คนไข้ถามบ่อยที่สุด ได้แก่ เบาหวาน ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนที่สุด การตั้งครรภ์ ซึ่งมีผลต่อเหงือกโดยตรง และ โรคหัวใจ ซึ่งมีความสัมพันธ์แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นสาเหตุ

เบาหวานกับโรคเหงือก: ส่งผลต่อกันทั้งสองทาง

เบาหวานทำให้เหงือกอักเสบง่ายขึ้น

คนที่เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี มีความเสี่ยงเป็นโรคปริทันต์มากกว่าและรุนแรงกว่า เหตุผลหลัก ได้แก่

  • ภาวะน้ำตาลสูงทำให้การตอบสนองของภูมิคุ้มกันผิดปกติ การอักเสบรุนแรงและยืดเยื้อกว่าปกติ
  • แผลหายช้า เนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง
  • ปากแห้ง ในบางคน ทำให้คราบจุลินทรีย์สะสมง่าย
  • ติดเชื้อง่ายขึ้น รวมถึงฝีหนองที่เหงือก

ด้วยเหตุนี้ การจำแนกโรคปริทันต์ปัจจุบันจึงนำการควบคุมเบาหวานมาใช้ประเมินว่าโรคจะลุกลามเร็วแค่ไหน [1]

โรคเหงือกทำให้คุมน้ำตาลยากขึ้น

ในทางกลับกัน การอักเสบเรื้อรังในเหงือกปล่อยสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งอาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี การควบคุมน้ำตาลจึงยากขึ้น

รักษาโรคเหงือกแล้วน้ำตาลลดลงจริงไหม

นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุด และมีหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจน งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ปี 2022 รวม 35 การทดลองแบบสุ่ม ผู้เข้าร่วม 3,249 คน เปรียบเทียบผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการรักษาโรคปริทันต์กับกลุ่มที่ไม่ได้รักษาหรือได้รับการดูแลตามปกติ พบว่า [2]

  • ค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) ลดลงประมาณร้อยละ 0.43 ที่ 3–4 เดือนหลังรักษา
  • ที่ 6 เดือน ลดลงประมาณร้อยละ 0.30
  • ผู้วิจัยประเมินว่าหลักฐานมีความน่าเชื่อถือปานกลาง
  • การศึกษาส่วนใหญ่ทำในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

ตัวเลขร้อยละ 0.4 อาจดูน้อย แต่ในทางการแพทย์ถือว่ามีความหมาย และได้มาจากการรักษาที่ไม่ใช่ยา การรักษาโรคเหงือกจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเบาหวานที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้ ต้องรักษาควบคู่กับยาและการดูแลตามที่แพทย์สั่ง ไม่ใช่แทนกัน

คำแนะนำสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน

  • แจ้งทันตแพทย์ว่าเป็นเบาหวาน พร้อมยาที่ใช้และค่าน้ำตาลสะสมล่าสุด
  • ตรวจเหงือกอย่างน้อยปีละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
  • แจ้งแพทย์ที่ดูแลเบาหวานว่ามีโรคเหงือก
  • กินยาและกินอาหารตามปกติในวันนัดทำฟัน เพื่อป้องกันน้ำตาลต่ำ
  • สังเกตสัญญาณเตือน เช่น เหงือกบวม เลือดออก ฟันโยก กลิ่นปาก ปากแห้ง
  • ดูแลความสะอาดอย่างเคร่งครัด แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน

อ่านเรื่องการทำฟันกับโรคประจำตัวได้ที่ ถอนฟันได้ไหม ถ้ามีโรคประจำตัว

การตั้งครรภ์กับเหงือก

ทำไมเหงือกอักเสบง่ายช่วงตั้งครรภ์

ระหว่างตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนเพศหญิงสูงขึ้น ทำให้เหงือกตอบสนองต่อคราบจุลินทรีย์มากกว่าปกติ แม้คราบจะมีปริมาณเท่าเดิม เหงือกก็บวม แดง และเลือดออกง่ายขึ้น ภาวะนี้เรียกว่าเหงือกอักเสบระหว่างตั้งครรภ์ พบบ่อยในช่วงไตรมาสที่สองและสาม

บางคนอาจมีก้อนเนื้อสีแดงที่เหงือก เลือดออกง่าย ซึ่งเป็นการตอบสนองของเหงือกต่อการระคายเคืองร่วมกับฮอร์โมน มักยุบลงเองหลังคลอด แต่ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ

นอกจากนี้ อาการแพ้ท้อง อาเจียนบ่อย และการกินจุบจิบบ่อยขึ้น ยังเพิ่มความเสี่ยงฟันผุและฟันสึกจากกรด

ทำฟันระหว่างตั้งครรภ์ได้ไหม

ได้ วิทยาลัยสูตินรีแพทย์อเมริกันระบุว่า การดูแลสุขภาพช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงการถ่ายเอกซเรย์ที่จำเป็นและการฉีดยาชาเฉพาะที่ ปลอดภัย และไม่ควรเลื่อนการรักษาที่จำเป็นออกไป [3] การขูดหินปูนและรักษาโรคเหงือกช่วยลดการอักเสบ และทำให้คุณแม่สบายขึ้น

ข้อแนะนำ

  • แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์และอายุครรภ์
  • ไตรมาสที่สอง มักเป็นช่วงที่สะดวกที่สุดสำหรับการรักษาที่วางแผนได้
  • ช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ การนอนหงายนานอาจทำให้หน้ามืด ขอเปลี่ยนท่าหรือพักได้
  • หลังอาเจียน บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า แล้วรอสักพักก่อนแปรงฟัน
  • ห้ามซื้อยากินเอง ทันตแพทย์จะเลือกยาที่เหมาะกับการตั้งครรภ์

โรคเหงือกกับผลของการตั้งครรภ์

มีงานวิจัยที่พบความสัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์กับการคลอดก่อนกำหนดหรือทารกน้ำหนักน้อย แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าการรักษาโรคเหงือกระหว่างตั้งครรภ์ลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ เหตุผลที่ควรดูแลเหงือกช่วงตั้งครรภ์จึงเป็นเพื่อสุขภาพและความสบายของคุณแม่เป็นหลัก และเพื่อเริ่มต้นสุขภาพช่องปากที่ดีให้ลูก

โรคหัวใจกับโรคเหงือก

มีความสัมพันธ์ แต่ยังไม่ใช่เหตุและผล

คนที่เป็นโรคปริทันต์มีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า ข้อมูลนี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่าโรคเหงือกทำให้เกิดโรคหัวใจ

สมาคมโรคหัวใจอเมริกันได้ทบทวนงานวิจัยกว่า 500 การศึกษา และสรุปในปี 2012 ว่า [4]

  • งานวิจัยสนับสนุนว่า มีความสัมพันธ์ ระหว่างโรคปริทันต์กับโรคหลอดเลือดแข็งตัว แม้ปรับปัจจัยอื่นแล้ว
  • แต่ ยังไม่มีหลักฐานว่าโรคปริทันต์เป็นสาเหตุ ของโรคหัวใจ
  • ยังไม่มีหลักฐานว่าการรักษาโรคเหงือกช่วยป้องกันโรคหัวใจ หรือเปลี่ยนผลของโรค
  • ความสัมพันธ์ส่วนหนึ่งอาจมาจาก ปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น การสูบบุหรี่ อายุ และเบาหวาน

ข้อสรุปในทางปฏิบัติคือ ควรดูแลเหงือกเพราะประโยชน์ต่อช่องปากโดยตรง และการลดปัจจัยเสี่ยงร่วม โดยเฉพาะการเลิกบุหรี่ ช่วยทั้งเหงือกและหัวใจ แต่ไม่ควรเชื่อคำโฆษณาที่บอกว่าการรักษาโรคเหงือกจะป้องกันโรคหัวใจได้

คนที่เป็นโรคหัวใจ ทำฟันอย่างไรให้ปลอดภัย

  • แจ้งโรคและยาที่ใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด ห้ามหยุดยาเอง
  • คนที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียม เคยติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ หรือมีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิด อาจต้องได้ยาฆ่าเชื้อก่อนทำหัตถการบางอย่าง ควรนำข้อมูลจากแพทย์โรคหัวใจมาด้วย
  • คนที่เพิ่งมีภาวะหัวใจขาดเลือด ควรเลื่อนการรักษาที่ไม่เร่งด่วน และปรึกษาแพทย์ก่อน

โรคอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหงือก

  • การสูบบุหรี่ ไม่ใช่โรค แต่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดที่ควบคุมได้ของโรคปริทันต์ และทำให้การรักษาได้ผลน้อยลง
  • ยาบางชนิด เช่น ยากันชักบางตัว ยาลดความดันบางกลุ่ม และยากดภูมิบางชนิด ทำให้เหงือกโต
  • ภาวะปากแห้งจากยาหรือโรค เพิ่มความเสี่ยงทั้งฟันผุและเหงือกอักเสบ
  • ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้ติดเชื้อในช่องปากง่าย
  • ความเครียดเรื้อรังและการพักผ่อนไม่พอ สัมพันธ์กับเหงือกอักเสบกำเริบ

ดูแลเหงือกอย่างไรเมื่อมีโรคประจำตัว

  1. แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ อ่านวิธีที่ แปรงฟันอย่างไรให้ถูกวิธี
  2. ทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน อ่านที่ ไหมขัดฟันกับแปรงซอกฟัน
  3. ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ ความถี่ขึ้นกับความเสี่ยง
  4. รักษาโรคเหงือกตั้งแต่เริ่มมีอาการ อ่านเพิ่มที่ โรคปริทันต์คืออะไร
  5. เลิกบุหรี่
  6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ถ้าปากแห้ง

สัญญาณเตือนในช่องปากที่คนเป็นเบาหวานควรสังเกต

  • เหงือกบวมแดง เลือดออกง่าย
  • ฝีหนองที่เหงือกซ้ำๆ
  • ฟันโยก ฟันห่าง
  • ปากแห้ง แสบร้อนในปาก
  • แผลในปากหายช้า
  • เชื้อราในช่องปาก เป็นฝ้าขาวที่เช็ดออกได้
  • รับรสเปลี่ยนไป

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าเหงือกมีปัญหาหรือการควบคุมน้ำตาลยังไม่ดี ควรแจ้งทั้งทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลเบาหวาน อ่านเรื่องฟันโยกได้ที่ ฟันโยกเกิดจากอะไร

แผนดูแลช่องปากรายปีสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว

ความถี่ สิ่งที่ทำ
ทุกวัน แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ทำความสะอาดซอกฟัน ทำความสะอาดลิ้น
ทุก 3–6 เดือน ตรวจเหงือกและทำความสะอาด สำหรับคนที่มีโรคปริทันต์หรือควบคุมน้ำตาลไม่ดี
ทุก 6–12 เดือน ตรวจฟันทั่วไป สำหรับคนที่เหงือกแข็งแรง
ทุกครั้งที่พบแพทย์ แจ้งปัญหาในช่องปาก และถามผลค่าน้ำตาลสะสม
เมื่อมีอาการ มาตรวจทันที ไม่รอถึงรอบนัด

การประสานกันระหว่างแพทย์และทันตแพทย์ช่วยให้ดูแลได้ครบทั้งสองด้าน บางโรงพยาบาลมีระบบส่งต่อผู้ป่วยเบาหวานให้ตรวจช่องปากเป็นประจำ

ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง

"รักษาโรคเหงือกแทนการกินยาเบาหวานได้" การรักษาโรคเหงือกช่วยลดน้ำตาลสะสมได้บางส่วน แต่ต้องทำควบคู่กับการรักษาของแพทย์ ไม่ใช่แทน [2]

"ตั้งครรภ์ห้ามทำฟัน" การรักษาที่จำเป็นทำได้อย่างปลอดภัย [3]

"รักษาโรคเหงือกแล้วจะไม่เป็นโรคหัวใจ" ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุน [4]

"ท้องหนึ่งครั้ง ฟันหายหนึ่งซี่" เป็นความเชื่อเก่า ทารกไม่ได้ดึงแคลเซียมจากฟันแม่ ปัญหาฟันช่วงตั้งครรภ์มาจากเหงือกอักเสบและพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป ซึ่งป้องกันได้

คำถามที่พบบ่อย

เป็นเบาหวาน ควรขูดหินปูนบ่อยแค่ไหน ขึ้นกับสภาพเหงือก ทันตแพทย์อาจนัดบ่อยกว่าคนทั่วไป เช่น ทุก 3–6 เดือน ถ้ามีโรคปริทันต์ อ่านเพิ่มที่ ขูดหินปูนบ่อยแค่ไหน

ตั้งครรภ์แล้วเลือดออกตอนแปรงฟัน ต้องทำอย่างไร แปรงฟันต่อด้วยแปรงขนนุ่ม ทำความสะอาดซอกฟัน และนัดตรวจขูดหินปูน อ่านเพิ่มที่ เลือดออกตอนแปรงฟัน

กินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ขูดหินปูนได้ไหม ส่วนใหญ่ทำได้ แจ้งทันตแพทย์ก่อน และห้ามหยุดยาเอง

ค่าน้ำตาลสูงอยู่ ทำฟันได้ไหม การตรวจและขูดหินปูนส่วนใหญ่ทำได้ แต่หัตถการที่มีแผลมาก เช่น ถอนฟันหลายซี่หรือผ่าตัดเหงือก ทันตแพทย์อาจขอให้ควบคุมน้ำตาลให้ดีขึ้นก่อน เพราะแผลหายช้าและติดเชื้อง่าย

เป็นเบาหวานใส่รากฟันเทียมได้ไหม ได้ในหลายกรณี ถ้าควบคุมน้ำตาลได้ดีและไม่มีโรคเหงือกที่ยังไม่ได้รักษา ทันตแพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล

ทำไมทันตแพทย์ถามค่าน้ำตาลสะสม ค่าน้ำตาลสะสมช่วยประเมินความเสี่ยงเรื่องแผลหายช้าและการติดเชื้อ และช่วยวางแผนความถี่ในการดูแลเหงือกให้เหมาะสม

เป็นเบาหวานแล้วปากแห้ง ทำอย่างไร จิบน้ำบ่อยๆ เคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล และแจ้งทั้งแพทย์และทันตแพทย์ เพราะปากแห้งเพิ่มความเสี่ยงฟันผุและเหงือกอักเสบ

ดูแลเหงือกที่ Dental Vista

คลินิกมีทันตแพทย์ด้านปริทันตวิทยา ทันตแพทย์จะซักประวัติโรคประจำตัวและยาที่ใช้ทุกครั้ง และวางแผนการรักษาและความถี่ในการติดตามให้เหมาะกับแต่ละคน ขูดหินปูนและขัดฟัน 900–1,500 บาท ส่วนการรักษาโรคเหงือก ทันตแพทย์ประเมินตามอาการ ดูรายละเอียดที่ หน้าขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก

อ้างอิง

  1. Papapanou PN, Sanz M, Buduneli N, et al. Periodontitis: consensus report of workgroup 2 of the 2017 World Workshop on the Classification of Periodontal and Peri-Implant Diseases and Conditions. Journal of Clinical Periodontology. 2018;45(Suppl 20):S162–S170.
  2. Simpson TC, Clarkson JE, Worthington HV, et al. Treatment of periodontitis for glycaemic control in people with diabetes mellitus. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2022;(4):CD004714. UCL Discovery
  3. American College of Obstetricians and Gynecologists. Oral health care during pregnancy and through the lifespan. Committee Opinion No. 569. 2013 (reaffirmed). สรุปโดย Maryland Department of Health
  4. Lockhart PB, Bolger AF, Papapanou PN, et al. Periodontal disease and atherosclerotic vascular disease: does the evidence support an independent association? A scientific statement from the American Heart Association. Circulation. 2012;125(20):2520–2544.