คนไข้ที่มีโรคประจำตัวหลายคนกังวลว่าจะถอนฟันได้ไหม บางคนถึงขั้นหยุดยาประจำตัวเองก่อนมาถอนฟันเพราะกลัวเลือดไม่หยุด ซึ่งอาจอันตรายกว่าการถอนฟันเสียอีก

ข้อเท็จจริงคือ คนที่มีโรคประจำตัวส่วนใหญ่ถอนฟันได้อย่างปลอดภัยในคลินิกทันตกรรม สิ่งสำคัญคือแจ้งข้อมูลให้ทันตแพทย์ทราบครบถ้วน และให้ทันตแพทย์ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ประจำตัวเมื่อจำเป็น บทความนี้อธิบายข้อควรรู้สำหรับโรคและยาที่พบบ่อย

ข้อสำคัญที่สุด: ห้ามหยุดหรือปรับยาประจำตัวเองก่อนถอนฟัน โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด และยาเบาหวาน ให้ทันตแพทย์หรือแพทย์ประจำตัวเป็นผู้แนะนำ

ข้อมูลที่ควรเตรียมมาในวันนัด

  • รายชื่อยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด รวมถึงยาฉีด วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพร (ถ่ายรูปซองยามาก็ได้)
  • โรคประจำตัวและชื่อโรงพยาบาลหรือแพทย์ที่ดูแล
  • ผลเลือดล่าสุด ถ้ามี เช่น ค่า INR สำหรับคนที่กินวาร์ฟาริน หรือค่าน้ำตาลสะสม
  • ประวัติแพ้ยา
  • ประวัติการผ่าตัด การฉายรังสี หรือการรักษามะเร็ง
  • การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล)

ยากลุ่มนี้ใช้ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง แนวทางของ Scottish Dental Clinical Effectiveness Programme (SDCEP) ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้อ้างอิงแพร่หลายสำหรับทันตแพทย์ แนะนำว่า คนที่กินยาต้านเกล็ดเลือด ไม่ว่าชนิดเดียวหรือสองชนิด โดยทั่วไปไม่ต้องหยุดยาก่อนถอนฟัน [1] เพราะความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดอุดตันเมื่อหยุดยา สูงกว่าความเสี่ยงเลือดออกจากการถอนฟัน ซึ่งส่วนใหญ่ควบคุมได้ด้วยวิธีห้ามเลือดเฉพาะที่

ทันตแพทย์อาจวางแผนถอนทีละน้อยซี่ เย็บแผล ใส่วัสดุห้ามเลือดในเบ้าฟัน และให้กัดผ้าก๊อซนานขึ้น

ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

วาร์ฟาริน

คนที่กินวาร์ฟารินต้องตรวจค่า INR เป็นประจำ แนวทางของ SDCEP แนะนำให้ตรวจค่า INR ใกล้วันถอนฟัน โดยทั่วไปภายใน 24 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 72 ชั่วโมงสำหรับคนที่ค่าคงที่ และถ้าค่า INR ต่ำกว่า 4 ส่วนใหญ่ถอนฟันได้โดยไม่ต้องหยุดยา [1] ถ้าค่าสูงกว่านั้น ทันตแพทย์จะเลื่อนการถอนและประสานกับแพทย์ผู้ดูแล

ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานรุ่นใหม่

ยากลุ่มนี้ไม่ต้องตรวจค่า INR แนวทางของ SDCEP แนะนำว่าสำหรับหัตถการที่มีโอกาสเลือดออกมากกว่า เช่น การถอนฟันหลายซี่หรือผ่าฟันคุด อาจปรับเวลากินยาเพียงเล็กน้อยในวันนัด เช่น ข้ามหรือเลื่อนยามื้อเช้าบางชนิด ขึ้นกับชนิดของยา [1] การปรับนี้ต้องทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์หรือแพทย์เท่านั้น และกลับมากินตามปกติหลังเลือดหยุดตามเวลาที่กำหนด

สิ่งที่ทันตแพทย์มักทำเพิ่ม

  • นัดถอนในช่วงเช้า เพื่อมีเวลาจัดการถ้าเลือดออกนาน
  • ถอนครั้งละไม่กี่ซี่
  • ใส่วัสดุห้ามเลือดในเบ้าฟันและเย็บแผล
  • ให้คำแนะนำการห้ามเลือดที่บ้านและช่องทางติดต่อ

ห้ามเลือดที่บ้าน

ถ้าเลือดซึมหลังกลับบ้าน ให้พับผ้าก๊อซสะอาดวางบนแผลแล้วกัดแน่นต่อเนื่อง 20–30 นาที โดยไม่เปิดดูบ่อยๆ ถ้าเลือดยังออกไม่หยุดหลังทำซ้ำ ให้ติดต่อคลินิก หรือไปโรงพยาบาลถ้านอกเวลาทำการ

เบาหวาน

คนที่ควบคุมน้ำตาลได้ดีถอนฟันได้ตามปกติ ข้อควรรู้

  • กินยาและกินอาหารตามปกติในวันนัด ห้ามงดอาหารแต่กินยาเบาหวาน เพราะเสี่ยงน้ำตาลต่ำ
  • แจ้งทันตแพทย์ถ้ารู้สึกใจสั่น เหงื่อออก หน้ามืด ระหว่างทำ อาจเป็นอาการน้ำตาลต่ำ
  • พกลูกอมหรือน้ำหวานติดตัว
  • คนที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี แผลหายช้ากว่าและติดเชื้อง่ายกว่า ทันตแพทย์อาจขอให้ปรึกษาแพทย์เพื่อปรับการควบคุมน้ำตาลก่อนการผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน
  • ดูแลแผลอย่างเคร่งครัด และกลับมาตรวจตามนัด

เบาหวานกับเหงือกสัมพันธ์กัน การดูแลสุขภาพช่องปากดีช่วยการควบคุมโรคด้วย อ่านเพิ่มที่ เลือดออกตอนแปรงฟัน

ความดันโลหิตสูง

  • กินยาความดันตามปกติในวันนัด
  • ทันตแพทย์มักวัดความดันก่อนเริ่ม ถ้าสูงมาก อาจเลื่อนการถอนที่ไม่เร่งด่วนและแนะนำให้พบแพทย์
  • ยาชาที่ใช้ในทางทันตกรรมมักมีส่วนผสมของยาหดหลอดเลือดในปริมาณน้อย ทันตแพทย์จะพิจารณาชนิดและปริมาณให้เหมาะสม
  • ความเครียดและความกลัวทำให้ความดันขึ้น ถ้ากังวลมาก บอกทันตแพทย์

โรคหัวใจ

  • คนที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียม เคยติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ หรือมีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิด อาจต้องได้ยาฆ่าเชื้อก่อนการถอนฟันเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่หัวใจ ต้องแจ้งทันตแพทย์และนำข้อมูลจากแพทย์โรคหัวใจมาด้วย
  • คนที่เพิ่งมีภาวะหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมองตีบเมื่อไม่นาน ควรเลื่อนการรักษาที่ไม่เร่งด่วน และปรึกษาแพทย์ก่อน
  • คนที่ใส่ขดลวดหัวใจ มักกินยาต้านเกล็ดเลือด ห้ามหยุดยาเอง

ยารักษากระดูกพรุนและยาบางชนิดในการรักษามะเร็ง

ยากลุ่มที่ยับยั้งการสลายกระดูก ทั้งชนิดกินและชนิดฉีด รวมถึงยาบางชนิดที่ใช้รักษามะเร็ง สัมพันธ์กับภาวะที่พบไม่บ่อยแต่รักษายาก คือ กระดูกขากรรไกรตายจากยา ซึ่งมักเกิดหลังการถอนฟัน

สมาคมศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลแห่งสหรัฐอเมริกา (AAOMS) ได้ปรับปรุงแนวทางในปี 2022 โดยเน้นการป้องกัน ความเสี่ยงต่ำในคนที่ใช้ยาเพื่อรักษากระดูกพรุน แต่สูงกว่าในคนที่ได้ยาขนาดสูงเพื่อรักษามะเร็ง และคณะผู้เขียนไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันเรื่องการหยุดยาชั่วคราวก่อนถอนฟัน [2] สิ่งที่ควรทำ

  • แจ้งทันตแพทย์ทุกครั้ง ว่าเคยใช้หรือใช้ยากลุ่มนี้อยู่ รวมถึงยาฉีดปีละครั้งหรือทุก 6 เดือน
  • ห้ามหยุดยาเอง การตัดสินใจเรื่องยาเป็นของแพทย์ผู้สั่งยา
  • ทำฟันที่จำเป็นก่อนเริ่มยา ถ้ายังไม่ได้เริ่ม ควรตรวจฟันและรักษาฟันที่มีปัญหาก่อน
  • ดูแลช่องปากให้ดี เพื่อลดโอกาสต้องถอนฟันในอนาคต

การฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ

คนที่เคยฉายรังสีรักษามะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ มีความเสี่ยงกระดูกขากรรไกรตายจากรังสีหลังถอนฟันในบริเวณที่ได้รับรังสี การถอนฟันต้องวางแผนอย่างรอบคอบ บางรายควรทำในโรงพยาบาลร่วมกับทีมที่ดูแลมะเร็ง ถ้ากำลังจะเริ่มฉายรังสี ควรตรวจฟันและรักษาหรือถอนฟันที่มีปัญหาก่อนเริ่ม

โรคอื่นที่ควรแจ้ง

ภาวะ สิ่งที่ทันตแพทย์อาจพิจารณา
โรคเลือด เช่น ฮีโมฟีเลีย เกล็ดเลือดต่ำ ประสานกับแพทย์โลหิตวิทยา บางรายต้องรักษาในโรงพยาบาล
โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต เลือกยาและขนาดยาให้เหมาะ นัดวันที่ไม่ฟอกไต
โรคตับ ความเสี่ยงเลือดออกและการเลือกยา
กำลังได้รับเคมีบำบัด ช่วงเวลาที่เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดเหมาะสม
ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิ ความเสี่ยงติดเชื้อ
โรคลมชัก กินยาตามปกติ แจ้งอาการเตือน
หอบหืด นำยาพ่นมาด้วย การเลือกยาแก้ปวด
แพ้ยา หลีกเลี่ยงยาที่แพ้

การตั้งครรภ์

การรักษาทางทันตกรรมที่จำเป็น รวมถึงการฉีดยาชาเฉพาะที่และการถ่ายเอกซเรย์ที่จำเป็นพร้อมการป้องกัน ถือว่าปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ และไม่ควรเลื่อนออกไปเมื่อมีอาการปวดหรือติดเชื้อ [3]

ข้อแนะนำทั่วไป

  • แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์และอายุครรภ์
  • การรักษาที่ไม่เร่งด่วน เช่น ผ่าฟันคุดที่ไม่มีอาการ มักวางแผนไว้หลังคลอด
  • ไตรมาสที่สอง มักเป็นช่วงที่นั่งเก้าอี้ทำฟันได้สบายที่สุด
  • ช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ การนอนหงายนานอาจทำให้หน้ามืด บอกทันตแพทย์เพื่อปรับท่า
  • ยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อ ทันตแพทย์จะเลือกชนิดที่เหมาะกับการตั้งครรภ์ ห้ามซื้อยากินเอง

อ่านเรื่องฟันคุดอักเสบระหว่างตั้งครรภ์ที่ ฟันคุดปวด เหงือกบวม

ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุถอนฟันได้ แต่มักมีโรคประจำตัวและยาหลายชนิดร่วมกัน ควรมีญาติมาด้วยเพื่อช่วยให้ข้อมูลและรับฟังคำแนะนำการดูแลแผล และพิจารณาวางแผนการใส่ฟันทดแทนหลังถอน อ่านเพิ่มที่ ฟันหาย 1 ซี่ ทำอะไรได้บ้าง

ถ้าเลือดออกนานหรือไม่หยุด ควรทำอย่างไร

สำหรับคนที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด การมีเลือดซึมปนน้ำลายในวันแรกยังถือว่าปกติ สิ่งที่ควรทำเมื่อเลือดออก

  1. บ้วนลิ่มเลือดที่หลวมออกเบาๆ ครั้งเดียว ไม่บ้วนซ้ำ
  2. พับผ้าก๊อซสะอาดหรือผ้าสะอาดให้หนา วางบนแผลโดยตรง
  3. กัดแน่นต่อเนื่อง 20–30 นาที โดยไม่เปิดดู
  4. นั่งหรือนอนหนุนหมอนสูง ไม่ก้มหน้า
  5. หลีกเลี่ยงการออกแรง และเครื่องดื่มร้อน

ถ้าทำซ้ำแล้วเลือดยังไหลไม่หยุด หรือมีเลือดออกมากจนเต็มปาก ให้ติดต่อคลินิกทันที หรือไปห้องฉุกเฉินถ้านอกเวลาทำการ และนำรายชื่อยาที่ใช้ไปด้วย ไม่ควรหยุดยาละลายลิ่มเลือดเองแม้เลือดออก ให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ

ทันตแพทย์มักให้ใบคำแนะนำพร้อมเบอร์ติดต่อสำหรับคนที่กินยากลุ่มนี้ เก็บไว้ใกล้ตัวในคืนแรกหลังถอนฟัน

เมื่อไหร่ควรถอนฟันในโรงพยาบาล

บางกรณีปลอดภัยกว่าถ้าทำในโรงพยาบาลที่มีทีมแพทย์และอุปกรณ์พร้อม เช่น

  • โรคเลือดที่มีความเสี่ยงเลือดออกสูง
  • โรคหัวใจที่ยังควบคุมไม่ได้
  • เคยฉายรังสีบริเวณขากรรไกร
  • ต้องถอนฟันหลายซี่ภายใต้การดมยาสลบ

ทันตแพทย์จะช่วยประเมินและเขียนใบส่งตัวถ้าจำเป็น

ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง

"กินแอสไพรินอยู่ ต้องหยุดยา 7 วันก่อนถอนฟัน" แนวทางปัจจุบันแนะนำว่าโดยทั่วไปไม่ต้องหยุด และการหยุดเองเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน [1]

"ตั้งครรภ์ทำฟันไม่ได้" การรักษาที่จำเป็นทำได้อย่างปลอดภัย และไม่ควรปล่อยให้ติดเชื้อ [3]

"เบาหวานถอนฟันแล้วแผลไม่หาย" คนที่ควบคุมน้ำตาลได้ดี แผลหายได้ตามปกติ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีใบรับรองจากแพทย์ก่อนถอนฟันไหม ไม่ใช่ทุกกรณี ทันตแพทย์จะบอกเมื่อจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน

กินยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมต้องแจ้งไหม ควรแจ้ง เพราะบางชนิดมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

ให้นมบุตรอยู่ ถอนฟันได้ไหม ได้ ยาชาเฉพาะที่ใช้ได้ ทันตแพทย์จะเลือกยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อที่เหมาะกับการให้นม

วันนัดถอนฟันต้องงดยาอะไรไหม โดยทั่วไปให้กินยาประจำตัวตามปกติ ยกเว้นทันตแพทย์หรือแพทย์ให้คำแนะนำเป็นอย่างอื่นสำหรับยาบางชนิด

ถอนฟันที่ Dental Vista

ทันตแพทย์จะซักประวัติโรคและยาทุกครั้งก่อนถอนฟันหรือผ่าฟันคุด และประสานกับแพทย์ประจำตัวเมื่อจำเป็น ถอนฟัน 900–1,500 บาท ผ่าฟันคุด 3,000–4,500 บาท ดูรายละเอียดที่ หน้าถอนฟัน ผ่าฟันคุด

อ้างอิง

  1. Scottish Dental Clinical Effectiveness Programme (SDCEP). Management of Dental Patients Taking Anticoagulants or Antiplatelet Drugs. 2nd ed. 2022. SDCEP
  2. Ruggiero SL, Dodson TB, Aghaloo T, Carlson ER, Ward BB, Kademani D. American Association of Oral and Maxillofacial Surgeons' position paper on medication-related osteonecrosis of the jaws—2022 update. Journal of Oral and Maxillofacial Surgery. 2022;80(5):920–943. AAOMS
  3. American College of Obstetricians and Gynecologists. Oral health care during pregnancy and through the lifespan. Committee Opinion No. 569. 2013 (reaffirmed). สรุปโดย Maryland Department of Health