ไม่มีอายุที่ "ดีที่สุด" สำหรับทุกคน แต่มีช่วงเวลาที่เหมาะกับปัญหาแต่ละแบบ โดยทั่วไป เด็กควรมาตรวจการสบฟันครั้งแรกประมาณอายุ 7 ปี ตามคำแนะนำของสมาคมทันตแพทย์จัดฟันอเมริกัน [5] ส่วนการจัดฟันแบบติดแน่นเต็มปาก ส่วนใหญ่เริ่มเมื่อฟันแท้ขึ้นครบ ราว 11–14 ปี และผู้ใหญ่ก็จัดฟันได้ ไม่มีอายุสูงสุด ขอแค่เหงือกและกระดูกรอบฟันแข็งแรง

สรุปตามช่วงอายุ

ช่วงอายุที่เหมาะกับการตรวจและจัดฟันช่วงอายุที่เหมาะกับการตรวจและจัดฟัน

อายุ สิ่งที่ควรทำ
1–6 ปี ตรวจฟันทุก 6 เดือน ดูแลฟันน้ำนมไม่ให้ผุ เลิกดูดนิ้วและขวดนม
ประมาณ 7 ปี ตรวจการสบฟันครั้งแรก ทันตแพทย์ดูแนวโน้มของปัญหาขากรรไกรและที่ว่างสำหรับฟันแท้
7–10 ปี จัดฟันระยะแรก เฉพาะเด็กที่มีปัญหาขากรรไกรหรือนิสัยที่ต้องแก้
11–14 ปี ช่วงที่นิยมจัดฟันแบบติดแน่นเต็มปาก ฟันแท้ขึ้นเกือบครบและกระดูกยังโต
15–18 ปี จัดฟันได้ผลดี ฟันเคลื่อนได้เร็ว
ผู้ใหญ่ทุกวัย จัดฟันได้ ต้องรักษาโรคเหงือกก่อน ปัญหาขากรรไกรรุนแรงบางแบบต้องผ่าตัดร่วม

ทำไมต้องตรวจตอน 7 ขวบ

ราว 7 ขวบ ฟันกรามแท้ซี่แรกและฟันหน้าแท้เริ่มขึ้น ทันตแพทย์จะเห็นแนวโน้มของปัญหาได้ชัด เช่น

  • ขากรรไกรบนแคบ ทำให้ฟันบนสบไขว้เข้าด้านใน
  • ฟันหน้าล่างคร่อมฟันหน้าบน
  • ฟันซ้อนมาก จนฟันแท้ไม่มีที่ขึ้น
  • ฟันหน้าบนยื่นมาก เสี่ยงหักเวลาล้ม
  • นิสัยที่ส่งผลต่อฟัน เช่น ดูดนิ้ว หายใจทางปาก ดุนลิ้นเวลากลืน

ปัญหาบางอย่างแก้ได้ง่ายกว่ามากตอนเด็กยังโต เพราะกระดูกขากรรไกรยังปรับได้ เช่น ขยายขากรรไกรบนที่แคบ ถ้ารอจนโตเต็มที่ อาจต้องใช้วิธีที่ซับซ้อนกว่าเดิม

การตรวจตอน 7 ขวบไม่ได้แปลว่าต้องจัดฟันทันที เด็กส่วนใหญ่แค่นัดติดตามทุก 6–12 เดือน จนถึงเวลาที่เหมาะ

ทำไมทันตแพทย์ไม่ค่อยจัดฟันในฟันน้ำนม

ผู้ปกครองหลายท่านอยากให้ลูกจัดฟันเร็วที่สุดเพื่อ "แก้ตั้งแต่ต้น" แต่ตำรามาตรฐานด้านทันตกรรมจัดฟันระบุว่า การจัดฟันในช่วงที่ยังมีแต่ฟันน้ำนมทำน้อยมาก ด้วยเหตุผลสามข้อ [1]

  1. การเคลื่อนฟันน้ำนมเร่งการละลายของรากฟันน้ำนม ทำให้ฟันน้ำนมหลุดก่อนเวลา
  2. การขยับฟันน้ำนมแทบไม่มีผลต่อตำแหน่งที่ฟันแท้จะขึ้น
  3. ผลของการปรับการเจริญเติบโตในเด็กเล็กมักหายไป เมื่อเด็กโตต่อไปตามรูปแบบเดิม

กล่าวคือ การรักษาในช่วงนี้มักได้ประโยชน์น้อยและมีความเสี่ยง สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในวัยนี้คือป้องกันฟันน้ำนมผุ เพราะฟันน้ำนมที่ถูกถอนก่อนเวลาทำให้ฟันข้างเคียงล้มเข้ามาปิดที่ว่างของฟันแท้ และช่วยให้ลูกเลิกนิสัยดูดนิ้วหรือขวดนม อ่านเพิ่มที่ ฟันน้ำนมผุ ปล่อยไว้ได้ไหม และ ฟันน้ำนมหลุดตอนกี่ขวบ

สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อฟันหน้าแท้เริ่มขึ้นและเด็กเข้าสู่ช่วงฟันชุดผสม (มีทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้) ซึ่งเป็นช่วงที่การรักษาระยะแรกเหมาะสมในบางกรณี

จัดฟันเด็ก 2 ระยะ

ระยะที่ 1 (ประมาณ 7–10 ปี)

ใช้กับเด็กที่จำเป็นเท่านั้น เป้าหมายคือแก้ปัญหาที่รอไม่ได้ เช่น

  • ขยายขากรรไกรบนที่แคบ
  • แก้ฟันหน้าที่สบคร่อม
  • สร้างหรือรักษาที่ว่างให้ฟันแท้
  • ใส่เครื่องมือกันฟันล้ม เมื่อฟันน้ำนมถูกถอนก่อนเวลา
  • ใช้เครื่องมือช่วยเลิกนิสัย เช่น ดูดนิ้ว

ระยะนี้มักใช้เวลา 6–12 เดือน แล้วพักรอฟันแท้ขึ้น

ระยะที่ 2 (ประมาณ 11–14 ปี)

จัดฟันแบบติดแน่นเพื่อเรียงฟันแท้ทั้งปากและปรับการสบฟัน เด็กหลายคนข้ามระยะที่ 1 ได้เลย และบางคนที่ทำระยะที่ 1 แล้ว ระยะที่ 2 จะสั้นลงและง่ายขึ้น ทันตแพทย์จะบอกว่าลูกจำเป็นต้องทำระยะไหน

จัดฟันระยะแรกคุ้มไหม งานวิจัยว่าอย่างไร

คำถามที่ผู้ปกครองถามบ่อยคือ ถ้าลูกต้องจัดฟันอีกรอบตอนวัยรุ่นอยู่แล้ว การจัดฟันระยะแรกคุ้มหรือไม่ คำตอบขึ้นกับปัญหาของเด็กแต่ละคน

กรณีฟันหน้าบนยื่นจากขากรรไกร (Class II) มีการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มหลายการศึกษาเปรียบเทียบเด็กที่รักษาระยะแรกกับเด็กที่รอรักษาครั้งเดียวตอนวัยรุ่น ตำรามาตรฐานสรุปผลไว้ว่า [2]

  • การรักษาระยะแรกทำให้ขากรรไกรเปลี่ยนแปลงได้บ้าง แต่ผลนี้มักลดลงหรือหายไปเมื่อเด็กโตต่อและได้รับการรักษาระยะหลัง
  • หลังจัดฟันเต็มปากเสร็จ การเรียงตัวและการสบฟันของสองกลุ่มใกล้เคียงกันมาก
  • การรักษาระยะแรกไม่ได้ลดจำนวนเด็กที่ต้องถอนฟันในระยะที่สอง หรือจำนวนที่ต้องผ่าตัดขากรรไกรในอนาคต
  • ระยะเวลาการจัดฟันระยะที่สองของทั้งสองกลุ่มใกล้เคียงกัน

ตำราจึงสรุปว่า สำหรับเด็กส่วนใหญ่ที่มีฟันยื่นจากขากรรไกร การรักษาตั้งแต่เด็กไม่ได้ได้ผลดีกว่าการรักษาในช่วงที่เด็กกำลังเข้าสู่วัยรุ่นและโตเร็ว ซึ่งปรับการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า [2]

แต่ตำราก็ระบุชัดว่า ไม่ได้แปลว่าไม่ควรรักษาตั้งแต่เด็กเลย เด็กที่ฟันหน้ายื่นมากจนเสี่ยงฟันหักเวลาล้ม มีประวัติฟันหน้าได้รับอุบัติเหตุ หรือถูกล้อเลียนจนส่งผลต่อจิตใจ การดึงฟันหน้ากลับตั้งแต่เด็กแล้วค่อยปรับการเจริญเติบโตภายหลังยังสมเหตุสมผล [2] การศึกษายังพบว่าเด็กที่รักษาระยะแรกมีความมั่นใจและความพอใจต่อรูปลักษณ์ดีขึ้นในช่วงนั้น แม้ความแตกต่างนี้จะหายไปเมื่อทั้งสองกลุ่มจัดฟันเสร็จ

กรณีที่การรักษาระยะแรก "ควรทำ" ตำรามาตรฐานแนะนำให้เน้นการรักษาที่รู้ผลชัดเจนและพิสูจน์แล้วว่าการรอจะทำให้แย่ลง [1] เช่น

  • ฟันหน้าแท้ไม่ขึ้นตามเวลา ทั้งที่ฟันข้างเคียงขึ้นแล้ว
  • ฟันสบไขว้ที่ทำให้ขากรรไกรล่างเลื่อนไปข้างหนึ่งเวลากัด
  • ฟันหน้าสบคร่อมจากฟันล้ม
  • การสูญเสียฟันน้ำนมก่อนเวลาที่ต้องรักษาที่ว่างให้ฟันแท้

ระวังการรักษาระยะแรกที่ยาวเกินไป

ตำรามาตรฐานเตือนว่า ถ้าไม่ตั้งเป้าหมายและจุดสิ้นสุดของการรักษาระยะแรกให้ชัดตั้งแต่ต้น การรักษาอาจยืดเยื้อหลายปี ทำให้เด็กเบื่อจนไม่ร่วมมือเมื่อถึงเวลาจัดฟันจริงในวัยรุ่น และยิ่งรักษานาน ความเสี่ยงต่อฟันและเหงือกก็ยิ่งเพิ่มขึ้น [1] ก่อนเริ่มการรักษาระยะแรก ผู้ปกครองควรถามทันตแพทย์ว่า

  • เป้าหมายของการรักษาระยะนี้คืออะไร
  • ใช้เวลานานเท่าไหร่ และจะรู้ได้อย่างไรว่าเสร็จ
  • ถ้ารอไปรักษาครั้งเดียวตอนวัยรุ่น ผลจะต่างกันอย่างไร
  • มีโอกาสต้องจัดฟันระยะที่สองมากน้อยแค่ไหน

สัญญาณที่ควรพาลูกมาตรวจ

  • ฟันน้ำนมหลุดเร็วหรือช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกันมาก
  • ฟันแท้ขึ้นซ้อนอยู่หลังฟันน้ำนม (ฟันน้ำนมยังไม่หลุด)
  • กัดแล้วฟันหน้าล่างอยู่หน้าฟันบน
  • กัดแล้วฟันหน้าบนกับล่างไม่ชนกัน มีช่องว่าง
  • ฟันหน้าบนยื่นมาก ปิดปากไม่สนิท
  • หายใจทางปากเป็นประจำ นอนกรน
  • ยังดูดนิ้วหลังอายุ 4–5 ขวบ
  • เคี้ยวลำบาก กัดกระพุ้งแก้มหรือลิ้นบ่อย
  • คางหรือขากรรไกรดูเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่ง

วัยรุ่น ช่วงที่นิยมจัดฟันที่สุด

ช่วง 11–14 ปี ฟันแท้ขึ้นเกือบครบแล้ว และกระดูกยังโตอยู่ ทันตแพทย์จึงใช้การเจริญเติบโตช่วยแก้ปัญหาการสบฟันได้ ฟันก็เคลื่อนเร็ว ตำรามาตรฐานระบุว่าการปรับการเจริญเติบโตในช่วงที่เด็กโตเร็วก่อนและระหว่างวัยรุ่น มีประสิทธิภาพกว่าการทำก่อนหน้านั้น [2] ช่วงเวลาที่เด็กโตเร็วต่างกันในแต่ละคน เด็กผู้หญิงมักเข้าสู่ช่วงนี้เร็วกว่าเด็กผู้ชายราว 1–2 ปี ทันตแพทย์จึงประเมินจากพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ไม่ใช่จากอายุอย่างเดียว

ข้อควรรู้อีกอย่างคือ ฟันหน้าล่างมีแนวโน้มซ้อนเพิ่มขึ้นในช่วงปลายวัยรุ่นจากการเติบโตช่วงท้ายของขากรรไกรล่าง ไม่ว่าจะจัดฟันหรือไม่ จึงต้องใส่รีเทนเนอร์ระยะยาวหลังจัดฟัน อ่านเพิ่มที่ จัดฟันเสร็จแล้วฟันเก

สิ่งที่ผู้ปกครองควรช่วยคือเรื่องวินัย วัยรุ่นต้องแปรงฟันรอบเครื่องมือให้สะอาด ใส่ยางตามสั่ง และเลี่ยงอาหารแข็ง ถ้าไม่ช่วยดูแล อาจเกิดคราบขาวหรือฟันผุรอบแบร็กเก็ต ซึ่งจะเห็นชัดหลังถอดเครื่องมือ

ผู้ใหญ่จัดฟันได้ไหม

ได้ ผู้ใหญ่จัดฟันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเพื่อความสวยงามและเพื่อสุขภาพ เช่น ฟันที่ซ้อนกันทำความสะอาดยาก ทำให้ผุและเหงือกอักเสบบ่อย

ตำรามาตรฐานระบุว่า ในสหรัฐอเมริกา ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 18 ปีคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของคนไข้จัดฟันเต็มปากทั้งหมด และแนวโน้มนี้เพิ่มขึ้นทั่วโลก [3] การจัดฟันผู้ใหญ่จึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ข้อแตกต่างจากการจัดฟันเด็ก

  • กระดูกขากรรไกรหยุดโตแล้ว ปัญหาขากรรไกรรุนแรงบางแบบอาจต้องผ่าตัดขากรรไกรร่วมด้วย
  • ต้องรักษาโรคเหงือกให้หายก่อน การเคลื่อนฟันในเหงือกที่อักเสบทำให้กระดูกรอบฟันเสียหาย
  • ฟันอาจเคลื่อนช้ากว่าเล็กน้อย
  • อาจมีงานทันตกรรมอื่นร่วมด้วย เช่น จัดฟันเพื่อตั้งฟันที่ล้มให้ตรงก่อนใส่รากฟันเทียมหรือสะพานฟัน

การจัดฟันผู้ใหญ่มักเป็นงานร่วมกันหลายสาขา

ฟันของผู้ใหญ่ผ่านการใช้งานมานาน อาจมีฟันสึก ฟันที่อุดหรือครอบไว้ ฟันที่ถอนไปแล้ว หรือโรคเหงือก ตำรามาตรฐานระบุว่าการจัดฟันผู้ใหญ่แทบทุกรายต้องมีการรักษาทางทันตกรรมด้านอื่นร่วมด้วย และควรวางแผนร่วมกันตั้งแต่ต้นระหว่างทันตแพทย์จัดฟัน ทันตแพทย์ด้านปริทันต์ และทันตแพทย์ด้านทันตกรรมประดิษฐ์ [3] ตัวอย่างเช่น

  • รักษาโรคเหงือกให้สงบก่อนเริ่มเคลื่อนฟัน แล้วติดตามสุขภาพเหงือกเป็นระยะตลอดการจัดฟัน [4]
  • จัดฟันเพื่อเปิดหรือปิดช่องให้พอดีก่อนใส่รากฟันเทียมหรือสะพานฟัน
  • ตั้งฟันกรามที่ล้มเข้าหาช่องว่างให้ตรง เพื่อให้ทำครอบฟันหรือสะพานฟันได้ดี
  • ปรับตำแหน่งฟันหน้าก่อนทำวีเนียร์หรือครอบฟัน เพื่อลดการกรอฟัน

อ่านเรื่องการแทนฟันที่หายไปได้ที่ ฟันหายไป 1 ซี่ ทำอะไรได้บ้าง

ปัญหาขากรรไกรในผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ไม่มีการเจริญเติบโตเหลือให้ปรับขากรรไกรแล้ว ปัญหาทั้งหมดจึงต้องแก้ด้วยการเคลื่อนฟัน งานทันตกรรมบูรณะ หรือการผ่าตัดขากรรไกร [3] ถ้าขากรรไกรล่างยื่นหรือถอยมาก การจัดฟันอย่างเดียวอาจทำได้เพียงอำพรางปัญหาโดยเอียงฟันชดเชย ซึ่งมีขีดจำกัด ทันตแพทย์จะอธิบายว่ากรณีของคุณอยู่ในขอบเขตที่จัดฟันอย่างเดียวได้หรือไม่ อ่านประเภทของปัญหาการสบฟันได้ที่ ฟันยื่น ฟันล่างคร่อม ฟันซ้อน

จัดฟันแบบไหนเหมาะกับแต่ละวัย

  • เครื่องมือถอดได้ ใช้ในเด็กสำหรับแก้ปัญหาบางอย่าง เช่น ขยายขากรรไกร
  • จัดฟันแบบติดแน่นโลหะ ใช้ได้ทุกวัย แก้ปัญหาได้หลากหลาย
  • จัดฟันใส เหมาะกับคนที่มีวินัยใส่วันละ 20–22 ชั่วโมง มักใช้ในวัยรุ่นโตและผู้ใหญ่ อ่านเปรียบเทียบที่ จัดฟันใสกับจัดฟันแบบติดแน่น

ชนิดเครื่องมือที่คลินิกมีให้เลือก สอบถามทันตแพทย์ได้ในวันตรวจ

คำถามที่พบบ่อย

ฟันน้ำนมยังไม่หลุดหมด จัดฟันได้ไหม จัดฟันระยะแรกได้ถ้าจำเป็น แต่การจัดฟันติดแน่นเต็มปากมักรอให้ฟันแท้ขึ้นเกือบครบก่อน

ลูกฟันห่างตอนเป็นฟันน้ำนม ต้องจัดไหม ฟันน้ำนมที่ห่างเป็นเรื่องดี เพราะเป็นที่ว่างให้ฟันแท้ซึ่งซี่ใหญ่กว่า ที่น่ากังวลกว่าคือฟันน้ำนมที่ชิดหรือซ้อนกัน

ฟันหน้าแท้ของลูกขึ้นมาเกนิดหน่อย จะเรียงเองไหม บางครั้งเรียงเองได้เมื่อฟันซี่ข้างๆ ขึ้นตาม แต่ถ้าซ้อนมากควรให้ทันตแพทย์ดู

อายุ 40–50 ปี จัดฟันช้าไปไหม ไม่ช้า ถ้าเหงือกและกระดูกแข็งแรง ทันตแพทย์จะตรวจเหงือกและเอกซเรย์ก่อนวางแผน

จัดฟันตอนตั้งครรภ์ได้ไหม ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อน การถ่ายเอกซเรย์และการรักษาบางอย่างอาจต้องเลื่อนออกไป ส่วนคนที่จัดฟันอยู่แล้วแล้วตั้งครรภ์ มักจัดต่อได้ แต่ต้องดูแลเหงือกเป็นพิเศษ

มาตรวจที่ Dental Vista

คลินิกมีทันตแพทย์ด้านทันตกรรมจัดฟัน และทันตแพทย์สำหรับเด็ก ตรวจได้ทั้งการสบฟันของเด็กและวางแผนจัดฟันผู้ใหญ่ ดูราคาจัดฟันได้ที่ หน้าจัดฟัน การดูแลฟันเด็กที่ หน้าทันตกรรมเด็ก และอ่านต่อเรื่อง จัดฟันกี่ปีถึงจะเสร็จ

อ้างอิง

  1. Proffit WR, Fields HW, Larson BE, Sarver DM. Contemporary Orthodontics. 6th ed. Philadelphia: Elsevier; 2019. Section IV Treatment in Preadolescent Children: What Is Different?
  2. Proffit WR, Fields HW, Larson BE, Sarver DM. Contemporary Orthodontics. 6th ed. Philadelphia: Elsevier; 2019. บทที่ 14 (หัวข้อผลของการรักษาฟันยื่น Class II ตั้งแต่เด็ก)
  3. Proffit WR, Fields HW, Larson BE, Sarver DM. Contemporary Orthodontics. 6th ed. Philadelphia: Elsevier; 2019. บทที่ 19 Special Considerations in Treatment for Adults
  4. Zhong W, Zhou C, Yin Y, et al. Expert consensus on orthodontic treatment of patients with periodontal disease. International Journal of Oral Science. 2025;17:27. PMC
  5. Harvard School of Dental Medicine. When should my child first visit an orthodontist? HSDM