คำถามแรกๆ ที่คนเพิ่งติดเครื่องมือจัดฟันถามคือ "แล้วจะกินอะไรได้บ้าง" คำตอบคือ กินได้เกือบทุกอย่าง แต่ต้องปรับวิธีกิน และเลี่ยงอาหารบางกลุ่มที่ทำให้เครื่องมือเสียหายหรือทำให้ฟันผุง่ายขึ้น
เหตุผลมีสองข้อ ข้อแรก แบร็กเก็ตยึดกับผิวฟันด้วยวัสดุยึดติด ซึ่งแข็งแรงพอสำหรับแรงเคี้ยวปกติ แต่ไม่ได้ออกแบบมาให้ทนแรงกัดอาหารแข็งมากหรือแรงดึงจากอาหารเหนียว เมื่อแบร็กเก็ตหลุด ฟันซี่นั้นจะไม่เคลื่อนตามแผน และต้องเสียเวลานัดมาติดใหม่ ข้อที่สอง เครื่องมือจัดฟันสร้างซอกมุมจำนวนมากที่เศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ติดค้างง่าย งานรวบรวมผลการศึกษาพบว่าคนจัดฟันแบบติดแน่นเกิดรอยขาวบนผิวฟัน ซึ่งเป็นระยะแรกของฟันผุ ได้บ่อยมาก [1] อาหารและเครื่องดื่มหวานบ่อยๆ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงนี้
บทความนี้อธิบายว่าในแต่ละช่วงของการจัดฟันควรกินอย่างไร อาหารกลุ่มไหนควรเลี่ยงและเพราะอะไร มีเทคนิคการกินอาหารไทยที่คุ้นเคยอย่างไร และถ้าเครื่องมือหลุดหรือทิ่มควรทำอย่างไร
ช่วงไม่กี่วันแรกหลังติดเครื่องมือ: กินอาหารนิ่ม
หลังติดเครื่องมือหรือหลังปรับลวด ฟันมักเริ่มเมื่อยหรือเจ็บภายในไม่กี่ชั่วโมง และเจ็บมากที่สุดในช่วงวันแรกๆ ก่อนจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 2–4 วัน ตำรามาตรฐานด้านจัดฟันระบุว่า การเคี้ยวในช่วงแรกจะเจ็บ และคนไข้ส่วนใหญ่เลี่ยงไปกินอาหารนิ่ม [2] ช่วงนี้ไม่ต้องฝืนเคี้ยวของแข็ง ให้เลือกอาหารที่ไม่ต้องใช้แรงกัดมาก เช่น
- ข้าวต้ม โจ๊ก ข้าวต้มปลา
- ไข่ตุ๋น ไข่เจียวนิ่มๆ ไข่ลวก
- เต้าหู้ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ
- ปลานึ่ง ปลาทอดที่แกะก้างและเนื้อนุ่ม
- ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กหรือเส้นหมี่ บะหมี่น้ำ
- มันบด ฟักทองนึ่ง ผักต้มนิ่ม
- โยเกิร์ต นม สมูทตี้ที่ไม่ใส่น้ำตาลมาก
- กล้วย มะละกอสุก แตงโม
ของเย็นช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นได้สำหรับบางคน แต่ไอศกรีมและน้ำหวานควรกินไม่บ่อย และควรบ้วนปากหรือแปรงฟันตามหลัง
ถ้าเจ็บจนกินไม่ได้ ยาแก้ปวดทั่วไปที่ใช้กันเป็นประจำ เช่น พาราเซตามอล ช่วยได้ ควรใช้ตามขนาดบนฉลากหรือตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือทันตแพทย์ อ่านรายละเอียดเรื่องความเจ็บได้ที่ จัดฟันเจ็บไหม
หลังจากนั้น: กินได้เกือบปกติ แต่ปรับวิธีกิน
เมื่ออาการเจ็บหายไป คนส่วนใหญ่กลับมากินอาหารได้เกือบเหมือนเดิม หลักสำคัญคือ ลดแรงกัดที่ฟันหน้า และเลี่ยงอาหารที่แข็งมากหรือเหนียวมาก
หั่นให้ชิ้นเล็กแล้วเคี้ยวด้วยฟันกราม
ฟันหน้ามีแบร็กเก็ตอยู่ด้านหน้าฟัน การกัดอาหารชิ้นใหญ่ด้วยฟันหน้า เช่น กัดแอปเปิลทั้งลูก กัดข้าวโพดจากฝัก หรือกัดแซนด์วิชขนมปังแข็ง สร้างแรงงัดที่ทำให้แบร็กเก็ตหลุดได้ง่าย ให้หั่นอาหารเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วส่งไปเคี้ยวด้วยฟันกรามแทน
ตัวอย่างการปรับ
- แอปเปิล ฝรั่ง ชมพู่ หั่นเป็นชิ้นบางๆ
- ข้าวโพด ฝานเมล็ดออกจากฝักก่อน
- ไก่ทอด หมูย่าง แกะเนื้อออกจากกระดูก แล้วฉีกเป็นชิ้นเล็ก
- พิซซ่า หั่นเป็นชิ้นเล็ก ระวังขอบแป้งที่แข็ง
- แครอท ผักสด หั่นบางหรือนึ่งให้นิ่มขึ้น
เคี้ยวช้าลง
การเคี้ยวเร็วและแรงเพิ่มโอกาสกัดโดนเศษกระดูก เปลือก หรือเมล็ดแข็งโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของแบร็กเก็ตหลุด
ระวังนิสัยกัดสิ่งของ
นอกจากอาหารแล้ว นิสัยบางอย่างทำให้เครื่องมือเสียหายได้เช่นกัน เช่น กัดปากกา กัดเล็บ กัดหลอด เคี้ยวน้ำแข็ง หรือใช้ฟันเปิดซองหรือฝาขวด ควรเลิกนิสัยเหล่านี้ระหว่างจัดฟัน
อาหารที่ควรเลี่ยงและเหตุผล
เอกสารให้ความรู้ของหน่วยบริการจัดฟันในโรงพยาบาลรัฐของอังกฤษแนะนำให้เลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว และอาหารหวาน เพราะทำให้เครื่องมือหลุดหรือเสียหาย และทำให้ฟันผุ [3] ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำทั่วไปของทันตแพทย์จัดฟัน
| กลุ่มอาหาร | ตัวอย่าง | ปัญหาที่เกิด |
|---|---|---|
| แข็งมาก | น้ำแข็ง ถั่วทั้งเม็ด ลูกอมแข็ง กระดูกอ่อน ข้าวเกรียบแข็ง เมล็ดแข็ง | แบร็กเก็ตหลุด ลวดงอ |
| เหนียวมาก | หมากฝรั่ง ทอฟฟี่ คาราเมล ตังเม ขนมเหนียวหนึบ เยลลี่เหนียว | ดึงแบร็กเก็ตและลวด ติดค้างตามซอก |
| ต้องกัดด้วยฟันหน้า | ข้าวโพดทั้งฝัก แอปเปิลทั้งลูก ปีกไก่ ซี่โครงหมู ขาไก่ | แรงงัดที่ฟันหน้า |
| หวานและเหนียว | ขนมหวานเหนียว ช็อกโกแลตคาราเมล ผลไม้แช่อิ่ม | ฟันผุ คราบขาวรอบเครื่องมือ |
| เครื่องดื่มหวานหรือเปรี้ยว | น้ำอัดลม ชานมไข่มุก น้ำผลไม้กล่อง เครื่องดื่มชูกำลัง | ฟันผุ ผิวฟันกร่อน |
อาหารไทยที่ควรระวังเป็นพิเศษ
- ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมไทยเหนียวๆ ข้าวเหนียวติดตามแบร็กเก็ตง่าย กินได้แต่ควรแปรงฟันตามทันที
- หมูกรอบ แคบหมู ไก่ทอดกรอบมาก ส่วนที่แข็งมากอาจทำให้แบร็กเก็ตหลุด กินส่วนที่นิ่มหรือหั่นชิ้นเล็ก
- ส้มตำใส่ถั่วลิสง ถั่วทั้งเม็ดแข็ง เลือกแบบไม่ใส่ถั่วหรือใส่ถั่วป่น
- ข้าวโพดคั่ว เปลือกเมล็ดเล็กๆ ติดใต้ลวดและเหงือกได้ ทำให้เหงือกอักเสบ
- เมล็ดทานตะวัน เมล็ดแตงโมคั่ว ต้องกะเทาะด้วยฟัน ควรเลี่ยง
- ชานมไข่มุก ทั้งหวานมาก และไข่มุกเหนียว ถ้ากินบ่อยเสี่ยงฟันผุ
- ผลไม้เปลือกแข็งหรือแกนแข็ง เช่น อ้อย ฝรั่งดิบ ควรหั่นเล็กหรือเลี่ยง
เครื่องดื่ม: ปัญหาอยู่ที่ความถี่
สิ่งที่ทำให้ฟันผุไม่ได้มีแค่ปริมาณน้ำตาล แต่คือ จำนวนครั้ง ที่ฟันสัมผัสน้ำตาลหรือกรดในแต่ละวัน การจิบน้ำหวานหรือกาแฟใส่น้ำตาลทีละนิดทั้งวัน ทำให้ผิวฟันถูกกรดกัดซ้ำหลายรอบโดยไม่มีเวลาฟื้นตัว ในคนจัดฟันที่ทำความสะอาดได้ยากกว่าปกติ ผลนี้ยิ่งชัดเจน
คำแนะนำ
- ดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก ดื่มน้ำบ่อยๆ ช่วยชะล้างเศษอาหาร
- ถ้าจะดื่มเครื่องดื่มหวาน ดื่มพร้อมมื้ออาหาร แทนการจิบทั้งวัน
- ใช้หลอด ช่วยลดการสัมผัสกับฟันหน้า
- บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหลังดื่ม ถ้ายังแปรงฟันไม่ได้
- ไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังดื่มเครื่องดื่มเปรี้ยวจัด เช่น น้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้เปรี้ยว ให้บ้วนน้ำก่อน แล้วรอสักพัก
ทำความสะอาดหลังกินทุกครั้ง
การจัดการอาหารเป็นแค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งคือการทำความสะอาด หลังกินอาหารทุกมื้อควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยแปรงให้ทั่วทั้งเหนือแบร็กเก็ต ใต้แบร็กเก็ต และขอบเหงือก ใช้แปรงซอกฟันทำความสะอาดใต้ลวด และใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง ตำรามาตรฐานด้านจัดฟันระบุว่า คนไข้จัดฟันจำนวนไม่น้อยแปรงฟันได้ไม่ดีพอ และการใช้ฟลูออไรด์อย่างสม่ำเสมอช่วยลดการเกิดรอยขาวได้อย่างชัดเจน [4]
ถ้าอยู่นอกบ้านและแปรงฟันไม่ได้ อย่างน้อยให้บ้วนปากแรงๆ ด้วยน้ำเปล่าหลายครั้งเพื่อไล่เศษอาหาร และพกแปรงสีฟันขนาดพกพากับแปรงซอกฟันติดกระเป๋าไว้ อ่านวิธีแปรงฟันละเอียดได้ที่ แปรงฟันตอนจัดฟันอย่างไรให้สะอาด
ถ้าแบร็กเก็ตหลุดหรือลวดทิ่ม ทำอย่างไร
แม้ระวังแล้ว บางครั้งเครื่องมือก็หลุดได้ ส่วนใหญ่ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่ควรแจ้งคลินิก
| ปัญหา | ทำอะไรได้ทันที | ควรติดต่อคลินิกเมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| แบร็กเก็ตหลุดแต่ยังติดลวด | ปล่อยไว้ ถ้าครูดแก้มให้ใช้ขี้ผึ้งจัดฟันปิด | แจ้งคลินิกเพื่อนัดติดใหม่ |
| แบร็กเก็ตหลุดออกมาทั้งชิ้น | เก็บแบร็กเก็ตไว้ นำมาด้วยตอนนัด | แจ้งคลินิก |
| ลวดยื่นทิ่มแก้มด้านหลัง | ใช้ขี้ผึ้งจัดฟันหรือสำลีปิดปลายลวด | ติดต่อคลินิกให้ตัดลวด โดยเฉพาะถ้าเป็นแผล |
| ยางรัดหลุด | ไม่ต้องทำอะไร | แจ้งในนัดครั้งถัดไป หรือติดต่อถ้าหลุดหลายตัว |
| เป็นแผลในปาก | บ้วนน้ำเกลืออุ่น ใช้ขี้ผึ้งปิดจุดที่ครูด | ถ้าแผลไม่ดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ |
ข้อควรระวัง อย่าพยายามดัดลวดหรือติดแบร็กเก็ตกลับเองด้วยกาว เพราะอาจทำให้ฟันเคลื่อนผิดทิศหรือทำให้ผิวฟันเสียหาย
การหลุดบ่อยๆ ทำให้การรักษาช้าลง เพราะฟันซี่นั้นหยุดเคลื่อนจนกว่าจะติดใหม่ และเวลาในนัดถูกใช้ไปกับการซ่อมแทนการปรับลวด อ่านปัจจัยอื่นๆ ที่ จัดฟันกี่ปีถึงจะเสร็จ
ถ้าจัดฟันใส การกินต่างกันอย่างไร
จัดฟันใสถอดออกได้ จึงไม่มีข้อจำกัดเรื่องอาหารแข็งหรือเหนียวเหมือนแบบติดแน่น แต่มีกฎของตัวเอง
- ถอดถาดทุกครั้งก่อนกินอาหาร ห้ามเคี้ยวอาหารขณะใส่ถาด เพราะถาดอาจแตกหรือผิดรูป
- ดื่มได้แค่น้ำเปล่าขณะใส่ถาด เครื่องดื่มหวาน ชา กาแฟ จะค้างอยู่ระหว่างถาดกับฟัน ทำให้ฟันผุและถาดเปลี่ยนสี
- แปรงฟันก่อนใส่ถาดกลับ ถ้าใส่ถาดทับเศษอาหาร เศษอาหารจะค้างแนบผิวฟันหลายชั่วโมง
- ระวังเวลาที่ถอดถาด ถ้ากินบ่อยหรือนานเกินไป เวลาใส่ถาดต่อวันจะไม่พอ ฟันไม่เคลื่อนตามแผน
อ่านเปรียบเทียบเพิ่มเติมที่ จัดฟันใสกับจัดฟันแบบติดแน่นต่างกันอย่างไร
ตัวอย่างเมนูหนึ่งวันสำหรับคนจัดฟัน
ช่วงเจ็บฟันหลังปรับลวด
- เช้า: โจ๊กหมูใส่ไข่ นมจืด
- กลางวัน: ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำใส ลูกชิ้นหั่นเล็ก
- เย็น: ข้าวสวยนิ่มกับแกงจืดเต้าหู้ ปลานึ่งมะนาว
- ของว่าง: โยเกิร์ต กล้วย
ช่วงปกติ
- เช้า: ข้าวต้มหรือขนมปังนุ่ม ไข่ดาว ผลไม้หั่นชิ้น
- กลางวัน: ข้าวกะเพราหมูสับ ไข่เจียว
- เย็น: ข้าวกับต้มยำปลา ผัดผักรวม ไก่ฉีกเป็นชิ้น
- ของว่าง: ผลไม้หั่นชิ้น นม
เมนูเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง หลักคือเลือกอาหารที่หลากหลายและครบหมู่ เพื่อให้ร่างกายและเหงือกแข็งแรงตลอดการรักษา
ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง
"จัดฟันแล้วต้องกินแต่อาหารเหลว" ไม่จริง อาหารนิ่มจำเป็นแค่ไม่กี่วันหลังติดเครื่องมือหรือปรับลวด หลังจากนั้นกินได้เกือบปกติ แค่หั่นให้ชิ้นเล็ก
"เคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลได้" หมากฝรั่งทุกชนิดเหนียวและพันกับเครื่องมือได้ ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้งดระหว่างจัดฟันแบบติดแน่น
"แบร็กเก็ตหลุดหนึ่งตัวไม่เป็นไร รอถึงนัดหน้าค่อยบอก" ถ้าหลุดแล้วไม่ครูดแก้มก็ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่ฟันซี่นั้นจะไม่เคลื่อนตามแผน ควรแจ้งคลินิกเพื่อจะได้เตรียมเวลาติดใหม่ในนัดถัดไป
คำถามที่พบบ่อย
กินเผ็ดได้ไหม กินได้ ยกเว้นช่วงที่มีแผลในปาก ซึ่งอาหารเผ็ดและเปรี้ยวจัดจะทำให้แสบ
ดื่มกาแฟได้ไหม ดื่มได้ แต่กาแฟและชาทำให้ยางรัดสีใสเปลี่ยนสีได้ และถ้าใส่น้ำตาลควรดื่มเป็นครั้ง ไม่จิบทั้งวัน
ทำไมกินอาหารแล้วเศษติดเยอะมาก เป็นเรื่องปกติของเครื่องมือจัดฟัน ควรพกแปรงสีฟันและแปรงซอกฟันติดตัว และบ้วนปากหลังกินทุกครั้ง
น้ำหนักลดตอนจัดฟันเป็นเรื่องปกติไหม บางคนน้ำหนักลดเล็กน้อยในช่วงแรกเพราะกินได้น้อยลงตอนเจ็บฟัน ถ้ากินได้น้อยต่อเนื่องเกิน 1–2 สัปดาห์ ควรปรึกษาทันตแพทย์
จัดฟันที่ Dental Vista
ทันตแพทย์จะอธิบายเรื่องการกินและการดูแลตั้งแต่วันติดเครื่องมือ และมีขี้ผึ้งจัดฟันให้ใช้ ถ้าเครื่องมือหลุดหรือทิ่มระหว่างการรักษา ติดต่อสาขาที่รักษาได้ทาง LINE หรือโทรศัพท์ ค่าจัดฟัน 35,000–45,000 บาท รวมรีเทนเนอร์ ดูรายละเอียดที่ หน้าจัดฟัน
อ้างอิง
- Sundararaj D, Venkatachalapathy S, Tandon A, Pereira A. Critical evaluation of incidence and prevalence of white spot lesions during fixed orthodontic appliance treatment: a meta-analysis. Journal of International Society of Preventive & Community Dentistry. 2015;5(6):433–439. PubMed
- Proffit WR, Fields HW, Larson BE, Sarver DM. Contemporary Orthodontics. 6th ed. Philadelphia: Elsevier; 2019. บทที่ 8 The Biologic Basis of Orthodontic Therapy (หัวข้อ Pain associated with orthodontic treatment)
- East Kent Hospitals University NHS Foundation Trust. Orthodontic treatment: what you need to know. เอกสารสำหรับผู้ป่วย
- Bishara SE. Textbook of Orthodontics. Philadelphia: W.B. Saunders; 2001. บทที่ว่าด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากและการป้องกันรอยขาวระหว่างจัดฟัน




