คนที่กำลังตัดสินใจจัดฟันมักกังวลว่าจะเจ็บแค่ไหน คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ตอนติดเครื่องมือแทบไม่เจ็บ แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงจะเริ่มรู้สึกเมื่อยหรือตึงฟัน อาการนี้มักเป็นมากที่สุดในวันแรกถึงวันที่สอง และค่อยๆ หายไปภายใน 2–4 วัน [1] จากนั้นจะสบายจนถึงวันปรับลวดครั้งถัดไป ซึ่งอาจเมื่อยอีกเล็กน้อย แต่คนส่วนใหญ่พบว่าครั้งแรกที่ติดเครื่องมือเป็นครั้งที่รู้สึกมากที่สุด [1]

ความรู้สึกนี้ต่างกันมากในแต่ละคน บางคนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย บางคนเมื่อยจนต้องกินอาหารนิ่มอยู่หลายวัน บทความนี้อธิบายว่าทำไมจัดฟันถึงเจ็บ แต่ละช่วงของการรักษาจะรู้สึกอย่างไร และวิธีบรรเทาที่มีหลักฐานรองรับ รวมถึงอาการที่ไม่ปกติและควรกลับไปให้ทันตแพทย์ดู

ทำไมจัดฟันถึงเจ็บ

ฟันยึดอยู่ในกระดูกด้วยเอ็นยึดปริทันต์ เมื่อเครื่องมือออกแรงดันฟัน เนื้อเยื่อด้านที่ถูกกดจะถูกบีบจนเลือดไปเลี้ยงน้อยลงชั่วคราว ร่างกายตอบสนองด้วยการอักเสบเล็กน้อย เพื่อเริ่มกระบวนการปรับเปลี่ยนกระดูกให้ฟันเคลื่อนได้ การอักเสบนี้เองที่ทำให้รู้สึกเมื่อย ตึง และเจ็บเวลากัด ตำรามาตรฐานด้านทันตกรรมจัดฟันอธิบายว่าบริเวณที่ขาดเลือดในเอ็นยึดปริทันต์เป็นที่มาหลักของอาการปวด และยิ่งใช้แรงมาก บริเวณที่ขาดเลือดยิ่งใหญ่ ความเจ็บจึงยิ่งมาก [1]

ด้วยเหตุนี้ การจัดฟันที่ดีจึงใช้แรงเบาและต่อเนื่อง ถ้าแรงพอเหมาะ คนไข้จะแทบไม่รู้สึกอะไรตอนติดหรือปรับลวด และเริ่มเมื่อยหลังจากนั้นหลายชั่วโมง ส่วนอาการเจ็บแปลบทันทีตอนใส่ลวด ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้น [1]

แต่ละช่วงของการจัดฟัน รู้สึกอย่างไร

ช่วง สิ่งที่มักรู้สึก นานแค่ไหน
ใส่ยางแยกฟัน (ก่อนติดเครื่องมือบางกรณี) ฟันกรามตึงเหมือนมีอะไรติดซอกฟัน 1–3 วัน
วันที่ติดเครื่องมือ ระหว่างติดไม่เจ็บ อาจเมื่อยปากจากการอ้าปากนาน ไม่กี่ชั่วโมง
2–8 ชั่วโมงหลังติดเครื่องมือ เริ่มเมื่อยฟัน ฟันไวต่อแรงกด —
วันที่ 1–2 เมื่อยมากที่สุด กัดอาหารแข็งไม่ได้ 1–2 วัน
วันที่ 3–4 ค่อยๆ ดีขึ้น —
สัปดาห์แรก กระพุ้งแก้มและริมฝีปากระคายเคืองจากแบร็กเก็ต 1–2 สัปดาห์ จนเนื้อเยื่อคุ้น
ทุกครั้งที่ปรับลวด เมื่อยคล้ายครั้งแรกแต่มักน้อยกว่า 1–3 วัน
ช่วงใส่ยางดึงฟัน เมื่อยฟันที่เกี่ยวยาง โดยเฉพาะวันแรกๆ ที่ใส่ 2–3 วัน

วิธีบรรเทาอาการเมื่อยฟัน

1. ยาแก้ปวด

งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของ Cochrane พบว่ายาแก้ปวดช่วยลดอาการปวดหลังติดหรือปรับเครื่องมือจัดฟันได้ดีกว่ายาหลอกหรือไม่กินยา โดยเป็นหลักฐานระดับปานกลาง แต่ยังไม่มีข้อมูลพอจะบอกว่ายาชนิดไหนดีที่สุด [2] ตำรามาตรฐานระบุว่าทั้งพาราเซตามอลและยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ที่ซื้อได้ทั่วไป ใช้บรรเทาอาการในช่วง 3–4 วันหลังปรับเครื่องมือได้เหมือนกัน [1]

ข้อควรระวัง

  • กินตามขนาดบนฉลาก และไม่ต้องกินต่อเนื่องเกินช่วงที่ปวด
  • ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น โรคกระเพาะ โรคไต โรคหอบหืด กำลังตั้งครรภ์ หรือกินยาอื่นอยู่ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเลือกยา
  • ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องกินยาทุกครั้งที่ปรับลวด ใช้เฉพาะเมื่อเมื่อยจนรบกวนการกินหรือการนอน

2. เคี้ยวเบาๆ ในช่วงแรก

ตำรามาตรฐานอธิบายว่า เมื่อใช้แรงจัดฟันที่เบา การเคี้ยวซ้ำๆ เบาๆ ในช่วงประมาณ 8 ชั่วโมงแรกหลังปรับเครื่องมือ เช่น เคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลหรือแผ่นยางสำหรับกัด อาจช่วยลดอาการปวดได้ เพราะการขยับฟันเล็กน้อยทำให้เลือดไหลผ่านบริเวณที่ถูกกดได้ชั่วคราว [1] อย่างไรก็ตาม หมากฝรั่งบางชนิดเหนียวติดเครื่องมือ ควรถามทันตแพทย์ก่อนว่าคลินิกแนะนำแบบไหน

3. อาหารนิ่มในวันแรกๆ

เลือกอาหารที่ไม่ต้องกัดแรง เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ตุ๋น ซุป ก๋วยเตี๋ยว เต้าหู้ ปลานึ่ง กล้วย โยเกิร์ต แล้วค่อยกลับมากินอาหารปกติเมื่อเมื่อยน้อยลง อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ จัดฟันกินอะไรได้บ้าง

4. ของเย็นช่วยได้

น้ำเย็นหรือไอศกรีมเนื้อเนียนช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นชั่วคราว บางคนรู้สึกดีขึ้นเมื่อบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นแทน ใช้ได้ทั้งสองแบบตามที่สบาย

5. ความมั่นใจและการรู้ล่วงหน้าก็ช่วย

งานวิจัยที่ตำรามาตรฐานอ้างถึงพบว่า การอธิบายให้คนไข้รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น และการโทรถามอาการในเย็นวันที่ติดเครื่องมือ ช่วยลดความรู้สึกปวดได้ใกล้เคียงกับการกินยา [1] การรู้ว่าอาการนี้เป็นเรื่องปกติและจะหายภายในไม่กี่วัน จึงช่วยให้ผ่านช่วงแรกได้ง่ายขึ้น

วิธีที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน

มีการศึกษาวิธีลดปวดโดยไม่ใช้ยาอีกหลายวิธี เช่น เลเซอร์กำลังต่ำ หรืออุปกรณ์สั่น ผลการศึกษายังไม่สม่ำเสมอ บางงานพบว่าเลเซอร์อาจช่วยได้ แต่ยังต้องการงานวิจัยคุณภาพสูงเพิ่ม [3]

แผลที่กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก และลิ้น

ช่วงสัปดาห์แรก แบร็กเก็ตและปลายลวดอาจครูดกระพุ้งแก้มหรือริมฝีปากจนเป็นแผลร้อนใน วิธีดูแล

  • ใช้ขี้ผึ้งจัดฟัน (orthodontic wax) ปั้นเป็นก้อนเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียว แปะปิดแบร็กเก็ตหรือปลายลวดที่ครูด ถอดออกตอนแปรงฟันแล้วแปะใหม่
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น วันละหลายครั้ง ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • เลี่ยงอาหารเผ็ดจัดและเปรี้ยวจัด ช่วงที่มีแผล
  • เนื้อเยื่อจะค่อยๆ หนาขึ้นและคุ้นเคย ส่วนใหญ่ภายใน 1–2 สัปดาห์ อาการครูดจะน้อยลงมาก

ถ้าปลายลวดยื่นยาวทิ่มแก้ม ให้ใช้ขี้ผึ้งปิดไว้ก่อน แล้วโทรนัดให้ทันตแพทย์ตัดลวด ไม่ควรตัดลวดเองด้วยกรรไกรตัดเล็บหรือคีม เพราะอาจทำให้ลวดหลุดหรือเศษลวดตกลงคอ

เตรียมตัวก่อนวันติดเครื่องมือ

การเตรียมตัวล่วงหน้าเล็กน้อยช่วยให้ 2–3 วันแรกผ่านไปได้สบายขึ้นมาก

  • ซื้อของเตรียมไว้ที่บ้าน อาหารนิ่มสำหรับ 2–3 วัน เช่น โจ๊กสำเร็จรูป ไข่ เต้าหู้ โยเกิร์ต กล้วย ซุป และยาแก้ปวดที่เคยใช้แล้วไม่แพ้
  • เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด แปรงสีฟันขนนุ่ม แปรงซอกฟันขนาดเล็ก และไหมขัดฟันแบบมีที่ร้อย อ่านวิธีใช้ที่ แปรงฟันตอนจัดฟันอย่างไร
  • ขอขี้ผึ้งจัดฟันจากคลินิก แล้วพกติดกระเป๋าไว้ในสัปดาห์แรก
  • นัดในวันที่ไม่ต้องพูดหรือกินมาก เช่น ไม่ตรงกับวันสอบหรือวันนำเสนองานสำคัญ เพราะวันรุ่งขึ้นอาจเมื่อยฟันจนไม่สะดวก
  • กินข้าวมาก่อน การติดเครื่องมือใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง และช่วงแรกหลังติดอาจยังไม่อยากกินอะไรแข็ง
  • ถามทันตแพทย์ให้ชัด ว่าควรโทรหาคลินิกเมื่อไหร่ และมีวิธีติดต่อนอกเวลาหรือไม่

ใส่ยางดึงฟันแล้วเมื่อยมากกว่าเดิม

ช่วงกลางของการจัดฟัน ทันตแพทย์มักให้ใส่ยางเส้นเล็กเกี่ยวระหว่างฟันบนและฟันล่างเพื่อแก้การสบฟัน วันแรกๆ ที่ใส่ยางมักเมื่อยฟันที่เกี่ยวยางมากกว่าการปรับลวดปกติ และอ้าปากกว้างแล้วรู้สึกตึง อาการนี้มักดีขึ้นภายใน 2–3 วันถ้าใส่ต่อเนื่อง

สิ่งที่ไม่ควรทำคือถอดยางออกเพราะเมื่อย แล้วใส่บ้างไม่ใส่บ้าง เพราะทุกครั้งที่เริ่มใส่ใหม่ จะกลับไปเมื่อยเหมือนวันแรก และฟันจะขยับไปกลับ ทำให้การรักษาช้าลง ถ้าเมื่อยจนทนไม่ไหว ให้ปรึกษาทันตแพทย์ว่าลดแรงยางได้ไหม

ฟันโยกระหว่างจัดฟัน ปกติไหม

ฟันโยกเล็กน้อยระหว่างจัดฟันเป็นเรื่องปกติ เพราะเนื้อเยื่อรอบรากฟันกำลังปรับตัวและช่องรอบรากฟันกว้างขึ้นชั่วคราว [1] เมื่อเลิกจัดฟันและกระดูกแข็งตัวในตำแหน่งใหม่ ฟันจะแน่นเหมือนเดิม แต่ถ้าฟันซี่ใดซี่หนึ่งโยกมากผิดปกติ หรือเจ็บเวลากัดตลอด อาจเป็นเพราะฟันซี่นั้นกระทบกับฟันคู่สบแรงเกินไป หรือมีการนอนกัดฟัน ควรแจ้งทันตแพทย์

อาการแบบไหนไม่ปกติ ควรกลับไปพบทันตแพทย์

อาการ สาเหตุที่เป็นไปได้
ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หลังวันที่ 4 แทนที่จะดีขึ้น ฟันผุลึก ประสาทฟันอักเสบ หรือฟันกระทบแรงผิดปกติ
ปวดตุบๆ ตอนกลางคืน ปวดค้างนานหลังกินของเย็น ประสาทฟันอักเสบ อ่านเพิ่มที่ ปวดฟันตอนกลางคืน
เหงือกบวม มีตุ่มหนอง ติดเชื้อ
ฟันซี่หนึ่งโยกมาก หรือเจ็บเวลากัดตลอดเวลา ฟันกระทบแรงเกิน ต้องปรับการสบ
ลวดหลุด ปลายลวดทิ่มจนเป็นแผลลึก ต้องตัดหรือปรับลวด
แบร็กเก็ตหลุด ต้องติดใหม่ อย่ารอถึงวันนัดนาน
แผลในปากไม่หายเกิน 2 สัปดาห์ ต้องให้ทันตแพทย์ตรวจ

ความเชื่อที่ไม่จริง

"จัดฟันต้องเจ็บตลอดเวลาที่ใส่เครื่องมือ" ไม่จริง อาการเมื่อยเกิดเป็นช่วงสั้นๆ หลังปรับลวด แล้วหายไป ส่วนใหญ่ของระยะเวลาจัดฟันคนไข้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

"ยิ่งเจ็บ แปลว่าฟันยิ่งเคลื่อนเร็ว" ไม่จริง แรงที่มากจนเจ็บมากกลับทำให้ฟันเคลื่อนช้าลง และเสี่ยงต่อรากฟัน [1]

"จัดฟันใสไม่เจ็บเลย" จัดฟันใสก็ทำให้เมื่อยฟันได้ โดยเฉพาะวันแรกที่เปลี่ยนชุดใหม่ แต่หลายคนรู้สึกว่าระคายเคืองกระพุ้งแก้มน้อยกว่า เพราะไม่มีแบร็กเก็ต อ่านเปรียบเทียบที่ จัดฟันใสกับจัดฟันแบบติดแน่นต่างกันอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

เด็กจะเจ็บมากกว่าผู้ใหญ่ไหม ความรู้สึกเจ็บต่างกันที่ตัวบุคคลมากกว่าอายุ เด็กบางคนแทบไม่บ่นเลย ผู้ปกครองช่วยได้โดยเตรียมอาหารนิ่มไว้ในวันแรกๆ และให้ลูกพกขี้ผึ้งจัดฟันไปโรงเรียน

ควรกินยาแก้ปวดก่อนไปติดเครื่องมือเลยไหม ไม่จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่ ถ้ากังวลมาก ปรึกษาทันตแพทย์ก่อนวันนัด

ทำงานหรือไปโรงเรียนได้ไหมหลังติดเครื่องมือ ได้ตามปกติ คนส่วนใหญ่ไม่ต้องหยุด แค่เลือกอาหารนิ่มและพกขี้ผึ้งไว้

เมื่อยฟันจนกินข้าวไม่ได้ ต้องทำอย่างไร กินอาหารเหลวหรือนิ่มที่มีโปรตีน เช่น นม โยเกิร์ต ไข่ตุ๋น ซุป โจ๊กใส่หมูสับ ให้ร่างกายได้พลังงานพอ และใช้ยาแก้ปวดตามความจำเป็น ถ้าเป็นเกิน 4–5 วันให้กลับไปตรวจ

ถอดเครื่องมือเจ็บไหม ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ จะรู้สึกแรงกดตอนทันตแพทย์ถอดแบร็กเก็ตออกทีละตัว และเสียงกรอขัดกาวที่ผิวฟัน

จัดฟันที่ Dental Vista

คลินิกมีทันตแพทย์ด้านทันตกรรมจัดฟันและทันตกรรมประดิษฐ์ ทันตแพทย์จะอธิบายสิ่งที่ต้องเตรียมและวิธีดูแลตัวเองก่อนติดเครื่องมือ ถ้ามีอาการผิดปกติระหว่างจัดฟัน โทรนัดได้ทั้ง 2 สาขา ดูรายละเอียดที่ หน้าจัดฟัน และอ่านต่อเรื่อง จัดฟันกี่ปีถึงจะเสร็จ

อ้างอิง

  1. Proffit WR, Fields HW, Larson BE, Sarver DM. Contemporary Orthodontics. 6th ed. Philadelphia: Elsevier; 2019. บทที่ 8 The Biologic Basis of Orthodontic Therapy (หัวข้อ Mobility and Pain Related to Orthodontic Treatment)
  2. Monk AB, Harrison JE, Worthington HV, Teague A. Pharmacological interventions for pain relief during orthodontic treatment. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2017;11:CD003976. Cochrane Library
  3. The Dental Elf. Pain during orthodontic treatment: pharmacological treatments (สรุปงานทบทวนวรรณกรรม). nationalelfservice.net
  4. NHS. Orthodontics: treatments. nhs.uk