ทันตแพทย์มีวิธีป้องกันฟันผุในเด็กที่ทำได้ที่คลินิก ไม่ต้องกรอฟัน ไม่ต้องฉีดยาชา และเด็กส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือได้ดี สองวิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือ การเคลือบหลุมร่องฟัน และ การทาฟลูออไรด์วานิช ทั้งสองวิธีไม่ได้แทนการแปรงฟันที่บ้าน แต่เป็นตัวเสริมที่ช่วยปกป้องฟันในจุดและช่วงเวลาที่เสี่ยงที่สุด
บทความนี้อธิบายว่าแต่ละวิธีคืออะไร ทำงานอย่างไร เหมาะกับเด็กอายุเท่าไหร่ และหลักฐานจากงานวิจัยว่าอย่างไร
ทำไมฟันกรามแท้ซี่แรกถึงผุง่าย
ฟันกรามแท้ซี่แรกขึ้นประมาณอายุ 6 ปี หลังฟันกรามน้ำนมซี่สุดท้าย โดยไม่มีฟันน้ำนมหลุดก่อน ผู้ปกครองหลายคนจึงไม่รู้ว่าลูกมีฟันแท้ขึ้นแล้ว และคิดว่าเป็นฟันน้ำนม ฟันซี่นี้มีลักษณะที่ทำให้ผุง่าย
- ร่องบนด้านบดเคี้ยวลึกและแคบ แคบกว่าขนแปรงสีฟัน ทำความสะอาดได้ยาก
- อยู่ด้านในสุดของปาก เด็กแปรงไม่ถึง
- ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะขึ้นเต็มที่ ช่วงที่ยังขึ้นไม่เต็ม ผิวฟันต่ำกว่าระดับฟันอื่น เศษอาหารค้างง่าย
- เคลือบฟันที่เพิ่งขึ้นยังสะสมแร่ธาตุไม่เต็มที่ จึงผุได้ง่ายกว่าฟันที่อยู่ในปากมานาน
ฟันกรามแท้ซี่แรกเป็นฟันที่ต้องใช้ไปตลอดชีวิต และเป็นหลักของการสบฟัน การป้องกันไม่ให้ซี่นี้ผุจึงคุ้มค่ามาก
เคลือบหลุมร่องฟันคืออะไร
คือการทาวัสดุเรซินชนิดเหลวลงในร่องบนด้านบดเคี้ยวของฟันกราม แล้วทำให้แข็งตัว วัสดุจะปิดร่องลึกให้ตื้นและเรียบขึ้น เศษอาหารและแบคทีเรียจึงสะสมในร่องไม่ได้ และแปรงฟันได้ง่ายขึ้น
ทำกับฟันซี่ไหน อายุเท่าไหร่
| ฟัน | อายุที่ขึ้นโดยประมาณ |
|---|---|
| ฟันกรามแท้ซี่แรก | ประมาณ 6–7 ปี |
| ฟันกรามแท้ซี่ที่สอง | ประมาณ 11–13 ปี |
| ฟันกรามน้อยแท้ หรือฟันกรามน้ำนมที่ร่องลึก | ตามการประเมินของทันตแพทย์ |
ช่วงที่เหมาะคือเมื่อฟันขึ้นพ้นเหงือกพอที่จะกันน้ำลายได้ระหว่างทำ ทันตแพทย์จะดูความลึกของร่องและความเสี่ยงฟันผุของเด็กก่อนแนะนำ
ขั้นตอน
- ทำความสะอาดฟัน ขัดร่องฟันให้สะอาด
- กันน้ำลาย ด้วยสำลีหรืออุปกรณ์กันน้ำลาย ขั้นนี้สำคัญที่สุด เพราะเรซินยึดกับผิวฟันที่แห้งเท่านั้น
- ทาน้ำยาปรับสภาพผิวฟัน ทิ้งไว้ช่วงสั้นๆ แล้วล้างออกและเป่าให้แห้ง
- ทาวัสดุเคลือบลงในร่อง
- ฉายแสง ให้วัสดุแข็งตัว
- ตรวจการสบฟัน และตรวจว่าวัสดุยึดแน่น
ใช้เวลาประมาณไม่กี่นาทีต่อซี่ ไม่ต้องฉีดยาชา ไม่ต้องกรอเนื้อฟัน เด็กอาจรู้สึกถึงรสเปรี้ยวของน้ำยาเล็กน้อย
ได้ผลแค่ไหน
งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ปี 2017 พบหลักฐานคุณภาพปานกลางว่าการเคลือบหลุมร่องฟันด้วยเรซินในฟันกรามแท้ ลดฟันผุบนด้านบดเคี้ยวได้ประมาณร้อยละ 11 ถึง 51 เมื่อเทียบกับไม่เคลือบ เมื่อติดตามที่ 24 เดือน และเห็นประโยชน์ใกล้เคียงกันจนถึง 48 เดือน แม้หลักฐานในการติดตามระยะยาวจะมีน้อยลง [1] ขนาดของประโยชน์ขึ้นกับว่าเด็กมีความเสี่ยงฟันผุมากแค่ไหน เด็กที่เสี่ยงสูงจะได้ประโยชน์มากกว่า
ต้องเคลือบซ้ำไหม
วัสดุเคลือบอาจสึกหรือหลุดบางส่วนตามเวลา ทันตแพทย์จะตรวจทุกครั้งที่มาตรวจฟัน ถ้าหลุดบางส่วน เติมใหม่ได้โดยไม่ต้องรื้อทั้งหมด การตรวจติดตามจึงสำคัญเท่ากับการเคลือบครั้งแรก
ฟลูออไรด์วานิชคืออะไร
คือสารฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูงในรูปของเหลวเหนียว ทาบนผิวฟันแล้วเกาะติดอยู่หลายชั่วโมง ค่อยๆ ปล่อยฟลูออไรด์ให้ผิวฟัน ช่วยให้ผิวฟันแข็งแรงขึ้นและทนกรดได้ดีขึ้น และช่วยให้ฟันผุระยะแรกที่เป็นจุดขาวกลับคืนแร่ธาตุ
งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ปี 2013 ซึ่งรวบรวมการทดลองในเด็กและวัยรุ่น พบว่าการทาฟลูออไรด์วานิชช่วยลดฟันผุได้ทั้งในฟันน้ำนมและฟันแท้ เมื่อเทียบกับไม่ได้ทา [2]
ขั้นตอน
- ทำความสะอาดหรือเช็ดฟันให้แห้ง
- ทาวานิชบางๆ ด้วยพู่กันเล็ก ทั่วผิวฟัน
- เสร็จในไม่กี่นาที
ใช้ได้ตั้งแต่เด็กเล็กที่ฟันน้ำนมเพิ่งขึ้น เด็กที่ไม่ยอมนั่งเก้าอี้ก็ทาในท่าเข่าชนเข่าได้ อ่านเพิ่มที่ พาลูกไปหาหมอฟันครั้งแรก
หลังทาฟลูออไรด์
- ฟันอาจดูเหลืองหรือมันเล็กน้อยชั่วคราว จะหายไปเมื่อแปรงฟันวันรุ่งขึ้น
- งดอาหารแข็ง ร้อน หรือเหนียวช่วงสั้นๆ ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ดื่มน้ำและกินอาหารอ่อนได้
- งดแปรงฟันจนถึงวันรุ่งขึ้น หรือตามที่ทันตแพทย์แนะนำ เพื่อให้ฟลูออไรด์ได้ทำงานเต็มที่
ทาบ่อยแค่ไหน
ส่วนใหญ่ทาทุก 3–6 เดือน ขึ้นกับความเสี่ยงฟันผุ เด็กที่มีฟันผุหลายซี่ หรือมีจุดขาวระยะแรก อาจต้องทาถี่กว่า
เคลือบหลุมร่องฟันกับทาฟลูออไรด์ต่างกันอย่างไร
| เคลือบหลุมร่องฟัน | ฟลูออไรด์วานิช | |
|---|---|---|
| ป้องกันตรงไหน | ร่องบนด้านบดเคี้ยวของฟันกราม | ผิวฟันทุกด้าน |
| วิธีทำงาน | ปิดร่องเป็นกำแพงกั้น | เสริมแร่ธาตุให้ผิวฟัน |
| ใช้กับ | ฟันกรามแท้ที่ร่องลึก บางครั้งฟันกรามน้ำนม | ฟันน้ำนมและฟันแท้ ทุกวัย |
| อยู่ได้นาน | หลายปี ต้องตรวจและเติม | ทาซ้ำทุก 3–6 เดือน |
| เวลา | ไม่กี่นาทีต่อซี่ | ไม่กี่นาทีทั้งปาก |
สองวิธีนี้ไม่ได้แข่งกัน แต่ใช้ร่วมกันได้ ฟันกรามที่เคลือบหลุมร่องแล้ว ยังได้ประโยชน์จากฟลูออไรด์ที่ด้านข้างและด้านเรียบของฟัน
เด็กคนไหนได้ประโยชน์มากที่สุด
- เคยมีฟันน้ำนมผุหลายซี่
- มีจุดขาวขุ่นบนฟัน ซึ่งเป็นฟันผุระยะแรก อ่านเพิ่มที่ ฟันผุมีกี่ระยะ
- กินขนมหรือดื่มเครื่องดื่มหวานบ่อย
- แปรงฟันได้ไม่ทั่วถึง
- ใส่เครื่องมือจัดฟัน
- มีภาวะที่ทำให้ดูแลช่องปากได้ยาก หรือกินยาที่ทำให้ปากแห้ง
- ฟันกรามมีร่องลึก
ทันตแพทย์จะประเมินความเสี่ยงฟันผุของเด็กแต่ละคน แล้วแนะนำว่าควรทำอะไร ถี่แค่ไหน
สิ่งที่ทั้งสองวิธีทำไม่ได้
- ไม่ได้ป้องกันฟันผุด้านข้างระหว่างฟัน ได้ดีเท่าการใช้ไหมขัดฟัน
- ไม่แทนการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ วันละ 2 ครั้ง อ่านวิธีที่ แปรงฟันลูกอย่างไร
- ไม่ลบล้างผลของการกินหวานบ่อย การลดความถี่ของน้ำตาลยังจำเป็น อ่านเพิ่มที่ ป้องกันฟันผุอย่างได้ผล
ความปลอดภัย
- เคลือบหลุมร่องฟัน ใช้วัสดุเรซินปริมาณน้อยมาก ใช้กันอย่างแพร่หลายมาหลายสิบปี ผู้ปกครองบางคนกังวลเรื่องสารบางชนิดในเรซิน ปริมาณที่อาจได้รับจากการเคลือบหลุมร่องฟันน้อยมาก และการล้างผิวหลังทำช่วยลดได้อีก ประโยชน์ในการป้องกันฟันผุมากกว่าความเสี่ยงที่ทราบ
- ฟลูออไรด์วานิช ทาปริมาณน้อย เกาะผิวฟัน เด็กกลืนได้น้อยมาก จึงใช้ได้แม้ในเด็กเล็ก แจ้งทันตแพทย์ถ้าเด็กมีประวัติแพ้ หรือมีแผลในปาก
ตารางการป้องกันฟันผุที่คลินิกตามวัย
| อายุ | สิ่งที่ทันตแพทย์มักแนะนำ |
|---|---|
| ฟันซี่แรกขึ้น ถึง 3 ปี | ตรวจฟัน สอนแปรงฟัน ทาฟลูออไรด์วานิชตามความเสี่ยง |
| 3–6 ปี | ตรวจฟันผุด้านข้างระหว่างฟันกรามน้ำนม ทาฟลูออไรด์ บางกรณีเคลือบร่องฟันกรามน้ำนม |
| 6–8 ปี | เคลือบหลุมร่องฟันกรามแท้ซี่แรก ทาฟลูออไรด์ |
| 11–13 ปี | เคลือบหลุมร่องฟันกรามแท้ซี่ที่สอง ตรวจการสบฟัน |
| ทุกวัย | ตรวจสภาพวัสดุเคลือบ เติมเมื่อหลุด |
ความถี่ของการนัดขึ้นกับความเสี่ยงฟันผุ เด็กที่ไม่มีฟันผุและดูแลดีอาจนัดทุก 6 เดือน ส่วนเด็กที่เสี่ยงสูงอาจนัดทุก 3 เดือน
เด็กไม่ยอมอ้าปาก ทำได้ไหม
การทาฟลูออไรด์วานิชทำได้เร็วมาก แม้เด็กเล็กที่ร้องไห้ก็ทาได้ในท่าเข่าชนเข่า ส่วนการเคลือบหลุมร่องฟันต้องการให้ฟันแห้งช่วงหนึ่ง จึงต้องการความร่วมมือมากกว่า ถ้าเด็กยังไม่พร้อม ทันตแพทย์อาจทาฟลูออไรด์ไปก่อน แล้วนัดเคลือบในครั้งต่อไปเมื่อเด็กคุ้นเคยมากขึ้น การเคลือบในสภาพที่ฟันไม่แห้งพอ วัสดุจะหลุดง่าย จึงไม่ควรรีบทำ
ค่าใช้จ่ายเทียบกับการรักษา
การเคลือบหลุมร่องฟันหนึ่งซี่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการอุดฟันซี่เดียวกัน และน้อยกว่าการรักษารากฟันหลายเท่า ถ้าเด็กมีความเสี่ยงฟันผุ การป้องกันจึงมักคุ้มค่า ทั้งในแง่ค่าใช้จ่าย เวลา และประสบการณ์ที่ดีของเด็ก
ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง
"เคลือบหลุมร่องฟันแล้วไม่ต้องแปรงฟัน" ยังต้องแปรงฟันทุกวัน วัสดุเคลือบป้องกันเฉพาะร่องบนด้านบดเคี้ยว
"เคลือบหลุมร่องฟันต้องกรอฟัน" ไม่ต้องกรอเนื้อฟัน เพียงทำความสะอาดและเตรียมผิว
"ฟลูออไรด์ทาที่คลินิกครั้งเดียวพอ" ต้องทาซ้ำเป็นระยะตามความเสี่ยง และใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ทุกวัน
"ฟันน้ำนมไม่ต้องทาฟลูออไรด์" ฟันน้ำนมผุง่ายและเร็ว การทาฟลูออไรด์ช่วยได้ [2]
คำถามที่พบบ่อย
เคลือบหลุมร่องฟันเจ็บไหม ไม่เจ็บ ไม่ต้องฉีดยาชา เด็กส่วนใหญ่ทำได้โดยไม่ต้องกังวล
เคลือบหลุมร่องฟันทับฟันผุได้ไหม ถ้าเป็นฟันผุระยะแรกมากที่ยังไม่เป็นรู ทันตแพทย์บางครั้งเคลือบเพื่อหยุดการลุกลาม ถ้าเป็นรูแล้วต้องอุดฟัน
ผู้ใหญ่เคลือบหลุมร่องฟันได้ไหม ได้ ถ้าฟันกรามยังมีร่องลึกที่ไม่ผุ และมีความเสี่ยงฟันผุ แต่ประโยชน์มักชัดที่สุดในเด็กที่ฟันเพิ่งขึ้น
ต้องเคลือบทุกซี่ไหม ทันตแพทย์เลือกซี่ที่ร่องลึกและเสี่ยง ส่วนใหญ่เป็นฟันกรามแท้
ทาฟลูออไรด์แล้วกินน้ำได้เลยไหม ดื่มน้ำได้ งดอาหารแข็ง ร้อน หรือเหนียวในช่วงแรกตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
วัสดุเคลือบหลุมร่องฟันมีสีไหม มีทั้งแบบใสและแบบขาวขุ่น บางชนิดมีสีขณะทาแล้วเปลี่ยนเป็นขาว ช่วยให้ทันตแพทย์เห็นว่าทาครบ มองแทบไม่เห็นเวลาเด็กยิ้ม
ทาฟลูออไรด์แล้วต้องงดยาสีฟันฟลูออไรด์ไหม ไม่ต้องงด กลับมาแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตามปกติตั้งแต่วันรุ่งขึ้น
เคลือบหลุมร่องฟันใช้สิทธิประกันสังคมได้ไหม สิทธิทันตกรรมประกันสังคมเป็นของผู้ประกันตนเอง ใช้กับบุตรไม่ได้ และไม่ครอบคลุมการเคลือบหลุมร่องฟัน
เคลือบแล้วกินอาหารได้เลยไหม ได้ วัสดุเคลือบแข็งตัวทันทีหลังฉายแสง ถ้าฟันรู้สึกสูงหรือแปลกเวลากัด แจ้งทันตแพทย์ให้ปรับ
เคลือบหลุมร่องฟันและทาฟลูออไรด์ที่ Dental Vista
คลินิกมีทันตแพทย์ด้านทันตกรรมสำหรับเด็ก เคลือบหลุมร่องฟัน 600 บาทต่อซี่ ทาฟลูออไรด์และตรวจฟันตามความเสี่ยงของเด็กแต่ละคน ดูรายละเอียดที่ หน้าทันตกรรมเด็ก
อ้างอิง
- Ahovuo-Saloranta A, Forss H, Walsh T, Nordblad A, Worthington HV. Pit and fissure sealants for preventing dental decay in permanent teeth. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2017;(7):CD001830. Cochrane Library
- Marinho VCC, et al. Fluoride varnishes for preventing dental caries in children and adolescents. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2013;(7):CD002279. Cochrane Library




