ฟันปลอมที่ทำมาอย่างดีจะใช้ได้นานและสบาย ก็ต่อเมื่อได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ฟันปลอมเป็นที่สะสมของคราบจุลินทรีย์และเชื้อราได้ง่ายเหมือนฟันธรรมชาติ ถ้าทำความสะอาดไม่ดี จะเกิดกลิ่น คราบสี เหงือกใต้ฟันปลอมอักเสบ และฟันธรรมชาติที่เหลือผุ

แนวทางการดูแลฟันปลอมทั้งปากของวิทยาลัยทันตกรรมประดิษฐ์อเมริกัน ปี 2011 เน้นว่า การกำจัดคราบจุลินทรีย์ออกจากฟันปลอมและช่องปากอย่างละเอียดทุกวัน เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันเหงือกใต้ฟันปลอมอักเสบ [1] บทความนี้สรุปวิธีดูแลที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ไม่ควรทำ และปัญหาที่พบบ่อย ใช้ได้กับทั้งฟันปลอมบางส่วนและฟันปลอมทั้งปาก

อ่านเรื่องชนิดของฟันปลอมได้ที่ ฟันปลอมถอดได้บางส่วน และ ฟันปลอมทั้งปาก

ขั้นตอนการดูแลประจำวัน

หลังอาหารทุกมื้อ

  1. ถอดฟันปลอมออก
  2. ล้างด้วยน้ำสะอาด เพื่อเอาเศษอาหารออก
  3. บ้วนปาก
  4. ใส่กลับ

วันละอย่างน้อยหนึ่งครั้ง (ก่อนนอนดีที่สุด)

  1. ถอดฟันปลอม ทำเหนืออ่างที่มีน้ำหรือมีผ้ารอง เพื่อไม่ให้แตกถ้าทำหล่น
  2. แปรงฟันปลอมทุกด้าน ด้วยแปรงสำหรับฟันปลอมหรือแปรงขนนุ่ม รวมถึงด้านในที่แนบกับเหงือก และรอบตะขอ
  3. ใช้น้ำยาทำความสะอาดฟันปลอมหรือสบู่อ่อน ไม่ใช้ยาสีฟันทั่วไปที่มีผงขัด เพราะจะทำให้ผิวฟันปลอมเป็นรอย คราบเกาะง่ายขึ้น
  4. แช่ในน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอม ตามเวลาที่ฉลากระบุ แล้วล้างน้ำให้สะอาดก่อนใส่ น้ำยาแช่ใช้ภายนอกช่องปากเท่านั้น [1]
  5. เก็บฟันปลอมในภาชนะที่มีน้ำ ระหว่างนอน เพื่อไม่ให้ฐานแห้งและบิดเบี้ยว [1]
  6. ทำความสะอาดช่องปาก แปรงฟันธรรมชาติที่เหลือด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ แปรงเหงือก ลิ้น และเพดานเบาๆ ด้วยแปรงขนนุ่ม

สรุปเป็นตาราง

เวลา สิ่งที่ทำ
หลังอาหาร ถอดล้างน้ำ บ้วนปาก
ก่อนนอน แปรงฟันปลอม แช่น้ำยา แปรงฟันที่เหลือและเหงือก เก็บฟันปลอมในน้ำ
ตอนเช้า ล้างฟันปลอมด้วยน้ำสะอาด ก่อนใส่
ปีละครั้ง ตรวจช่องปากและฟันปลอมกับทันตแพทย์ [1]

สิ่งที่ไม่ควรทำ

ไม่ควรทำ เหตุผล
ใช้น้ำร้อนจัดหรือน้ำเดือดล้างหรือแช่ ฐานพลาสติกบิดเบี้ยว ใส่ไม่พอดี [1]
แช่น้ำยาฟอกขาวที่มีคลอรีนนานเกิน 10 นาที ทำให้ฟันปลอมเสียหาย สีซีด และตะขอโลหะกร่อน [1]
ใช้ยาสีฟันทั่วไปหรือผงขัดแรง ผิวเป็นรอย คราบเกาะง่าย
ใช้แปรงขนแข็ง ผิวเป็นรอย
ปล่อยให้ฟันปลอมแห้งทั้งคืน ฐานอาจบิดเบี้ยว
ใช้น้ำยาแช่ฟันปลอมในปาก น้ำยาออกแบบมาสำหรับใช้นอกปากเท่านั้น [1]
ดัดตะขอเอง ตะขออาจหักหรือหลวมผิดรูป
ตัดแต่งหรือซ่อมฟันปลอมเอง ฐานอาจไม่พอดี กาวทั่วไปอาจเป็นอันตราย
วางฟันปลอมห่อกระดาษทิชชูไว้ มักถูกทิ้งโดยไม่ตั้งใจ

ควรถอดฟันปลอมตอนนอนไหม

แนวทางทั่วไปแนะนำให้ ถอดฟันปลอมตอนนอน [1] เหตุผลคือ

  • เหงือกได้พักจากแรงกดตลอดวัน
  • ตอนนอนน้ำลายน้อย การใส่ฟันปลอมทั้งคืนเพิ่มการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียใต้ฐาน ซึ่งสัมพันธ์กับเหงือกใต้ฟันปลอมอักเสบ
  • ได้ทำความสะอาดฟันปลอมอย่างละเอียด

บางคนมีเหตุผลเฉพาะที่ต้องใส่นอน เช่น ฟันธรรมชาติที่เหลือกระแทกเหงือกฝั่งตรงข้าม หรือรู้สึกไม่สบายเวลาไม่มีฟัน ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อหาวิธีที่เหมาะ

ปัญหาที่พบบ่อย

เหงือกใต้ฟันปลอมอักเสบจากเชื้อรา

เหงือกที่อยู่ใต้ฐานฟันปลอม โดยเฉพาะเพดานปาก แดงทั้งบริเวณที่ฐานคลุม มักไม่เจ็บ บางคนรู้สึกแสบร้อน พบบ่อยในผู้ที่ใส่ฟันปลอมนอน และทำความสะอาดฟันปลอมไม่ดี

วิธีดูแล

  • ทำความสะอาดฟันปลอมให้ดีทุกวัน และแช่น้ำยาทำความสะอาด
  • ถอดฟันปลอมตอนนอน
  • แปรงเพดานและเหงือกเบาๆ
  • ถ้าไม่ดีขึ้น ทันตแพทย์อาจให้ยาต้านเชื้อรา และตรวจว่าฟันปลอมพอดีหรือไม่

มุมปากเปื่อย

มุมปากแดง แตก เป็นแผล มักเกี่ยวกับเชื้อรา ความชื้นที่ขังบริเวณมุมปาก และบางครั้งความสูงของฟันปลอมที่ลดลงเพราะฟันเทียมสึก ทำให้มุมปากพับ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจทั้งมุมปากและความสูงของฟันปลอม

แผลกดทับ

แผลเจ็บเป็นจุดบนเหงือก ตรงที่ฐานหรือขอบฟันปลอมกด พบบ่อยหลังใส่ฟันปลอมใหม่ หรือเมื่อฟันปลอมหลวมแล้วเสียดสี

  • ถอดฟันปลอมพักเท่าที่ทำได้
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น
  • นัดทันตแพทย์เพื่อปรับ อย่าตัดแต่งเอง
  • ถ้าแผลไม่หายใน 2 สัปดาห์หลังปรับฟันปลอมแล้ว ต้องให้ทันตแพทย์ตรวจซ้ำ เพราะแผลเรื้อรังในช่องปากต้องแยกจากรอยโรคอื่น

กลิ่นจากฟันปลอม

มักเกิดจากคราบที่สะสมบนผิวฟันปลอมด้านใน ทำความสะอาดและแช่น้ำยาทุกวัน ถ้ายังมีกลิ่น อาจมาจากเหงือก ฟันที่เหลือ หรือลิ้น อ่านเพิ่มที่ กลิ่นปาก

คราบสีและหินปูนบนฟันปลอม

ชา กาแฟ บุหรี่ และหมาก ทำให้ฟันปลอมเปลี่ยนสี คราบแข็งที่ขูดไม่ออกด้วยแปรง ให้ทันตแพทย์ทำความสะอาดด้วยเครื่องมือเฉพาะ แนวทางของวิทยาลัยทันตกรรมประดิษฐ์อเมริกันแนะนำให้ทำความสะอาดฟันปลอมที่คลินิกปีละครั้ง [1]

ฟันปลอมหลวม

สันเหงือกเปลี่ยนรูปตามเวลา ฟันปลอมที่เคยพอดีจึงค่อยๆ หลวม ทันตแพทย์อาจเสริมฐานหรือทำใหม่ กาวติดฟันปลอมช่วยได้ในบางกรณีเมื่อใช้ถูกวิธี แต่ไม่ควรใช้ปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ แทนการแก้ที่สาเหตุ [1]

ดูแลฟันธรรมชาติที่เหลือ

สำหรับผู้ใส่ฟันปลอมบางส่วน ฟันธรรมชาติที่เหลือคือหลักยึดของฟันปลอม ถ้าเสียไป ฟันปลอมต้องเติมหรือทำใหม่

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เน้นคอฟันและซี่ที่ตะขอเกาะ
  • ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน อ่านเพิ่มที่ ไหมขัดฟันกับแปรงซอกฟัน
  • ตรวจฟันและขูดหินปูนตามนัด
  • ลดของหวานระหว่างมื้อ อ่านเพิ่มที่ ป้องกันฟันผุอย่างได้ผล

ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรรู้

ผู้สูงอายุที่มือไม่ค่อยถนัด สายตาไม่ดี หรือมีภาวะสมองเสื่อม อาจทำความสะอาดฟันปลอมเองได้ไม่ดี ผู้ดูแลช่วยได้โดย

  • ถอดและล้างฟันปลอมให้หลังอาหารและก่อนนอน
  • ตรวจดูแผลหรือรอยแดงในปากเป็นระยะ
  • เขียนชื่อหรือทำเครื่องหมายบนกล่องเก็บฟันปลอม โดยเฉพาะเมื่ออยู่โรงพยาบาลหรือสถานดูแล
  • สังเกตการกิน ถ้าเริ่มกินน้อยลงหรือเลี่ยงอาหารบางอย่าง อาจเป็นเพราะฟันปลอมไม่พอดีหรือเจ็บ
  • พาไปตรวจกับทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง

เลือกน้ำยาและอุปกรณ์ทำความสะอาด

อุปกรณ์ ใช้อย่างไร ข้อควรรู้
แปรงสำหรับฟันปลอม ด้ามใหญ่จับถนัด มีหัวแปรงสองแบบสำหรับผิวเรียบและซอกตะขอ แปรงเหนืออ่างที่มีน้ำ
เม็ดฟู่แช่ฟันปลอม ละลายในน้ำอุ่น ไม่ใช่น้ำร้อน แช่ตามเวลาที่ฉลากระบุ ล้างน้ำให้สะอาดก่อนใส่
สบู่อ่อน ใช้แปรงฟันปลอมแทนยาสีฟัน ล้างฟองออกให้หมด
เครื่องล้างด้วยคลื่นเสียง ใช้เสริม ช่วยเอาคราบในซอก ไม่แทนการแปรง
ภาชนะเก็บฟันปลอมที่มีฝา ใส่น้ำให้ท่วมฟันปลอมตอนนอน ล้างภาชนะทุกวันด้วย

ฟันปลอมที่มีตะขอหรือโครงโลหะ ควรเลือกน้ำยาที่ระบุว่าใช้กับโลหะได้ เพราะน้ำยาบางชนิดทำให้โลหะหมองหรือกร่อน

เดินทางกับฟันปลอม

  • พกกล่องเก็บฟันปลอม แปรง และเม็ดฟู่ขนาดพกพา
  • ถ้าเป็นไปได้ พกฟันปลอมชุดเก่าที่ยังใส่ได้ไว้สำรองเมื่อเดินทางไกล
  • เวลาพักโรงแรม อย่าห่อฟันปลอมด้วยกระดาษทิชชูวางไว้ เพราะพนักงานทำความสะอาดอาจทิ้งโดยไม่ตั้งใจ
  • ถ้าต้องเข้าโรงพยาบาล แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าใส่ฟันปลอม และขอให้เก็บในกล่องที่มีชื่อ

เมื่อไหร่ต้องไปพบทันตแพทย์

  • ฟันปลอมแตก ร้าว ฟันเทียมหลุด หรือตะขอหัก
  • ฟันปลอมหลวมจนเคี้ยวหรือพูดลำบาก
  • เจ็บหรือเป็นแผลที่ไม่หายใน 2 สัปดาห์
  • มีก้อน ฝ้าขาวหรือแดงที่ขูดไม่ออก
  • มุมปากเปื่อยเรื้อรัง
  • ฟันที่เหลือโยก ผุ หรือปวด
  • ครบปีแล้วยังไม่ได้ตรวจ

ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง

"ฟันปลอมไม่ผุ ล้างน้ำเฉยๆ ก็พอ" ฟันปลอมไม่ผุ แต่คราบจุลินทรีย์และเชื้อราเกาะได้ ต้องแปรงทุกวัน [1]

"ต้มฟันปลอมในน้ำร้อนจะสะอาดที่สุด" น้ำร้อนจัดทำให้ฟันปลอมบิดเบี้ยว ห้ามใช้ [1]

"แช่น้ำยาฟอกขาวข้ามคืนจะขาวสะอาด" แช่นานทำให้ฟันปลอมเสียหาย [1]

"ไม่มีฟันแล้ว ไม่ต้องแปรงในปาก" ยังต้องทำความสะอาดเหงือก ลิ้น และเพดาน

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ยาสีฟันแปรงฟันปลอมได้ไหม ไม่แนะนำยาสีฟันทั่วไปที่มีผงขัด ใช้น้ำยาทำความสะอาดฟันปลอมหรือสบู่อ่อนแทน

น้ำยาบ้วนปากใช้แช่ฟันปลอมได้ไหม ไม่ควร ใช้น้ำยาที่ผลิตมาเพื่อแช่ฟันปลอมโดยเฉพาะ หรือน้ำเปล่า

ฟันปลอมหายหรือแตกต้องทำอย่างไร นำชิ้นส่วนทั้งหมดมาที่คลินิก หลายกรณีซ่อมได้ ถ้าหาย ต้องพิมพ์ปากทำใหม่

ใส่ฟันปลอมแล้วรู้สึกแสบร้อนในปาก เป็นเพราะอะไร อาจเป็นการอักเสบจากเชื้อรา ฟันปลอมไม่พอดี การแพ้วัสดุซึ่งพบน้อย หรือสาเหตุอื่นในร่างกาย ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ

ควรเปลี่ยนแปรงสำหรับฟันปลอมบ่อยแค่ไหน เมื่อขนแปรงบานหรือเสียรูป เช่นเดียวกับแปรงสีฟัน

เอาฟันปลอมเข้าไมโครเวฟฆ่าเชื้อได้ไหม ไม่ควร ความร้อนทำให้ฐานบิดเบี้ยว และโลหะในฟันปลอมอาจทำให้เกิดประกายไฟ ใช้น้ำยาแช่ฟันปลอมแทน

ทำความสะอาดฟันปลอมด้วยน้ำส้มสายชูได้ไหม ไม่แนะนำ โดยเฉพาะฟันปลอมที่มีโลหะ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาสำหรับฟันปลอม

ใส่ฟันปลอมแล้วกินยาเม็ดลำบาก ทำอย่างไร ดื่มน้ำก่อนกลืน วางยาบนลิ้นด้านหน้า และดื่มน้ำตาม ถ้ากลืนลำบากจริง ปรึกษาเภสัชกรเรื่องรูปแบบยาที่เหมาะ

ฟันปลอมมีรอยร้าวเล็กๆ ใช้ต่อได้ไหม รอยร้าวมักลามจนแตก ควรนำมาให้ทันตแพทย์ดูและซ่อมก่อน

ล้างฟันปลอมด้วยน้ำยาล้างจานได้ไหม สบู่อ่อนหรือน้ำยาล้างจานชนิดอ่อนใช้แปรงได้ในกรณีจำเป็น แต่ต้องล้างน้ำออกให้หมด ผลิตภัณฑ์สำหรับฟันปลอมยังเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุด

เด็กเล็กในบ้านหยิบน้ำยาแช่ฟันปลอมได้ อันตรายไหม เม็ดฟู่และน้ำยาแช่ฟันปลอมไม่ควรกลืน เก็บให้พ้นมือเด็ก และไม่ทิ้งน้ำยาไว้ในแก้วที่เด็กอาจหยิบดื่ม

ใส่ฟันปลอมแล้วลิ้นแสบ เกี่ยวกับฟันปลอมไหม อาจเกี่ยวกับเชื้อรา ขอบฟันปลอมที่คม หรือสาเหตุอื่น เช่น ปากแห้ง ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ

ตรวจและปรับฟันปลอมที่ Dental Vista

ทันตแพทย์ด้านทันตกรรมประดิษฐ์ตรวจฟันปลอมและช่องปาก ปรับฐาน ซ่อม หรือทำฟันปลอมใหม่ ฟันปลอมถอดได้บางส่วนเริ่มต้น 2,500 บาท ฟันปลอมถอดได้ทั้งปาก 22,000 บาท ดูรายละเอียดที่ หน้าฟันปลอม ครอบฟัน

อ้างอิง

  1. Felton D, Cooper L, Duqum I, et al. Evidence-based guidelines for the care and maintenance of complete dentures: a publication of the American College of Prosthodontists. Journal of Prosthodontics. 2011;20(Suppl 1):S1–S12. PubMed