หลังถอนฟันหรือผ่าฟันคุด อาการปวดตามปกติจะมากที่สุดในวันแรกๆ แล้วค่อยๆ ลดลงทุกวัน แต่ถ้าวันที่ 2–4 กลับปวดมากขึ้นแทนที่จะดีขึ้น ปวดร้าวไปหู มีกลิ่นเหม็นหรือรสชาติไม่ดีในปาก สาเหตุที่พบบ่อยคือ เบ้าฟันอักเสบ หรือที่เรียกกันว่า dry socket (ชื่อทางวิชาการคือ alveolar osteitis)

เบ้าฟันอักเสบไม่ใช่การติดเชื้อแบบมีหนองโดยตรง แต่เป็นภาวะที่ลิ่มเลือดในหลุมแผลสลายหรือหลุดออกเร็วเกินไป กระดูกผนังเบ้าฟันจึงสัมผัสกับน้ำลาย อาหาร และอากาศ ทำให้ปวดมาก แม้จะเจ็บปวด แต่ภาวะนี้รักษาได้ และอาการมักดีขึ้นเร็วหลังทันตแพทย์ทำแผล

งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ปี 2022 ระบุว่า เบ้าฟันอักเสบพบได้ประมาณร้อยละ 0.5–7 ของการถอนฟันทั่วไป และร้อยละ 1–37.5 ของการผ่าฟันกรามซี่ที่สาม [1] ช่วงตัวเลขกว้างเพราะแต่ละการศึกษามีกลุ่มคนไข้และนิยามต่างกัน แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ฟันคุดล่างเสี่ยงมากกว่าการถอนฟันทั่วไป

ลิ่มเลือดสำคัญอย่างไร

ทันทีหลังถอนฟัน เลือดจะไหลเข้ามาเต็มหลุมแผลแล้วแข็งตัวเป็นลิ่มเลือด ลิ่มเลือดนี้ทำหน้าที่สองอย่าง

  1. ปิดคลุมกระดูกและปลายประสาท ไม่ให้สัมผัสสิ่งระคายเคือง
  2. เป็นโครงให้เนื้อเยื่อใหม่งอก เซลล์สร้างเนื้อเยื่อและหลอดเลือดใหม่จะค่อยๆ เข้ามาแทนที่ลิ่มเลือด จนกลายเป็นเหงือกปิดแผล แล้วกระดูกจึงสร้างเต็มหลุมในเวลาต่อมา

ถ้าลิ่มเลือดหลุดหรือสลายไปก่อนที่เนื้อเยื่อใหม่จะงอก กระบวนการหายของแผลจะสะดุด หลุมแผลจะดูว่างเปล่า มองเห็นกระดูกสีขาวเทา และปวดมาก

อาการของเบ้าฟันอักเสบ

ลักษณะ แผลที่หายตามปกติ เบ้าฟันอักเสบ
ช่วงที่ปวดมากที่สุด วันแรกหลังยาชาหมด แล้วค่อยๆ ลดลง วันที่ 2–4 ปวดมากขึ้นหลังจากที่ดีขึ้นแล้ว
ลักษณะความปวด ปวดตื้อๆ คุมได้ด้วยยาแก้ปวด ปวดตุบๆ รุนแรง ร้าวไปหู ขมับ หรือคอ ยาแก้ปวดทั่วไปช่วยได้น้อย
หลุมแผล มีลิ่มเลือดสีแดงเข้มหรือเนื้อเยื่อสีขาวเหลืองคลุม ว่างเปล่า เห็นกระดูก หรือมีเศษอาหารค้าง
กลิ่นและรส อาจมีรสเลือดเล็กน้อยในวันแรก กลิ่นเหม็น รสชาติไม่ดีในปาก
ไข้และบวม บวมมากสุดวันที่ 2–3 แล้วยุบ ส่วนใหญ่ไม่มีไข้ ไม่บวมเพิ่ม

ถ้ามีไข้ บวมมากขึ้น มีหนอง หรือบวมลามที่ใบหน้า อาจเป็นการติดเชื้อของแผล ซึ่งต่างจากเบ้าฟันอักเสบ และต้องพบทันตแพทย์โดยเร็ว

ใครเสี่ยงเกิดเบ้าฟันอักเสบ

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงซึ่งพบในการศึกษาและในคำแนะนำของหน่วยศัลยกรรมช่องปาก ได้แก่

  • การสูบบุหรี่ ทั้งแรงดูดจากการสูบและสารในควันบุหรี่ที่ทำให้แผลหายช้า เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดที่ควบคุมได้
  • การผ่าฟันคุดล่าง โดยเฉพาะฟันที่ฝังลึกและต้องกรอกระดูกมาก
  • การถอนฟันที่ยาก ใช้เวลานาน
  • เคยเป็นเบ้าฟันอักเสบมาก่อน
  • ยาเม็ดคุมกำเนิดบางชนิด มีหลายการศึกษาพบความสัมพันธ์
  • การอักเสบติดเชื้อรอบฟันก่อนถอน เช่น เหงือกคลุมฟันคุดอักเสบ
  • การดูแลแผลไม่ถูกวิธี เช่น บ้วนน้ำแรง ดูดหลอด หรือเขี่ยแผลในวันแรกๆ

ป้องกันเบ้าฟันอักเสบอย่างไร

สิ่งที่คุณทำได้

  • งดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 72 ชั่วโมงหลังถอนฟัน และถ้าเป็นไปได้ ควรงดตั้งแต่ก่อนวันถอน ยิ่งงดนานยิ่งดี บุหรี่ไฟฟ้าก็มีแรงดูดเช่นเดียวกัน
  • ไม่บ้วนน้ำแรงๆ ในวันแรก กลืนน้ำลายตามปกติ
  • ไม่ดูดหลอด อย่างน้อยในช่วงวันแรกๆ
  • ไม่ใช้นิ้วหรือลิ้นเขี่ยแผล
  • กินอาหารนิ่ม ไม่ร้อนจัด และเคี้ยวด้านตรงข้าม
  • เริ่มบ้วนน้ำเกลืออุ่นเบาๆ ตั้งแต่วันที่ 2 ตามคำแนะนำ เพื่อไม่ให้เศษอาหารค้างในหลุมแผล
  • ทำความสะอาดฟันซี่อื่นตามปกติ ช่องปากที่สะอาดลดจำนวนเชื้อรอบแผล

อ่านการดูแลแผลรายวันได้ที่ หลังผ่าฟันคุด กินอะไรได้บ้าง

สิ่งที่ทันตแพทย์อาจพิจารณา

งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ปี 2022 รวบรวมการทดลองแบบสุ่มเกี่ยวกับวิธีป้องกันเบ้าฟันอักเสบ และพบว่า [1]

  • น้ำยาบ้วนปากคลอร์เฮกซิดีน ความเข้มข้นร้อยละ 0.12 และ 0.2 ที่ใช้ก่อนหรือหลังถอนฟัน ลดโอกาสเกิดเบ้าฟันอักเสบลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับยาหลอก (6 การศึกษา คนไข้ 1,547 คน ความน่าเชื่อถือของหลักฐานปานกลาง)
  • เจลคลอร์เฮกซิดีนร้อยละ 0.2 ที่ใส่ในเบ้าฟัน ให้ผลในทำนองเดียวกัน แต่ไม่ได้ดีกว่าน้ำยาบ้วนปาก
  • สารอื่นๆ อีกกว่า 20 ชนิด ที่ใส่ในเบ้าฟันเพื่อป้องกัน มีการศึกษาน้อยเกินไปที่จะสรุปได้

ผู้วิจัยยังคำนวณว่า ประโยชน์ของการป้องกันขึ้นกับความเสี่ยงพื้นฐาน ถ้าความเสี่ยงต่ำ ต้องใช้คลอร์เฮกซิดีนในคนไข้จำนวนมากจึงจะป้องกันได้หนึ่งราย แต่ในกรณีความเสี่ยงสูง เช่น ผ่าฟันคุดล่างที่ยาก จะคุ้มค่ากว่ามาก ทันตแพทย์จึงพิจารณาเป็นรายกรณี คลอร์เฮกซิดีนมีผลข้างเคียงคือทำให้ฟันเปลี่ยนสีเมื่อใช้นาน และพบการแพ้ได้น้อยมาก ใครเคยแพ้ควรแจ้งทันตแพทย์

ยาฆ่าเชื้อ งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ปี 2021 พบว่ายาฆ่าเชื้อที่ให้ก่อนหรือหลังผ่าฟันคุดอาจลดเบ้าฟันอักเสบได้ประมาณหนึ่งในสาม แต่ต้องให้ยาฆ่าเชื้อในคนไข้ประมาณ 46 คนจึงจะป้องกันได้หนึ่งราย และหลักฐานมีความน่าเชื่อถือต่ำ [2] เมื่อคำนึงถึงผลข้างเคียงของยาและปัญหาเชื้อดื้อยา จึงไม่ได้ให้ยาฆ่าเชื้อกับทุกคนเป็นประจำ ทันตแพทย์จะพิจารณาตามความเสี่ยงของแต่ละราย

ทันตแพทย์รักษาเบ้าฟันอักเสบอย่างไร

ถ้าสงสัยว่าเป็นเบ้าฟันอักเสบ ควรกลับไปพบทันตแพทย์ ไม่ควรทนปวดอยู่ที่บ้าน การรักษาโดยทั่วไป

  1. ฉีดยาชาเฉพาะที่ ถ้าจำเป็น เพื่อให้ทำแผลได้สบาย
  2. ล้างหลุมแผลอย่างนุ่มนวล ด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาที่เหมาะสม เพื่อเอาเศษอาหารและเนื้อเยื่อที่สลายออก
  3. ใส่ยาลงในเบ้าฟัน มักเป็นวัสดุที่มีส่วนผสมช่วยระงับปวดและป้องกันการระคายเคือง ซึ่งช่วยให้อาการปวดลดลงได้ชัดเจนในเวลาไม่นาน
  4. ยาแก้ปวด ตามความเหมาะสม
  5. นัดกลับมาเปลี่ยนยา ทุก 1–3 วันจนอาการปวดลดลงมาก

งานทบทวนของ Cochrane พบว่าหลักฐานเกี่ยวกับวิธีรักษาแต่ละแบบยังมีจำกัด ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาเดี่ยวขนาดเล็ก [1] ในทางปฏิบัติ การล้างแผลและใส่ยาเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปและช่วยบรรเทาอาการได้ดี

ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อสำหรับเบ้าฟันอักเสบ เว้นแต่มีการติดเชื้อร่วมด้วย [3] ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาการมักค่อยๆ ดีขึ้นเองใน 1–2 สัปดาห์ แต่จะปวดมากตลอดช่วงนั้น การรักษาจึงช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้นมาก

ระหว่างรอพบทันตแพทย์

  • กินยาแก้ปวดตามที่ได้รับมา หรือยาแก้ปวดที่ใช้เป็นประจำตามขนาดบนฉลาก
  • บ้วนน้ำเกลืออุ่นเบาๆ เพื่อเอาเศษอาหารออกจากหลุม
  • ประคบอุ่นที่แก้มอาจช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น
  • งดสูบบุหรี่
  • ไม่ใช้วัตถุแหลมเขี่ยแผล
  • ไม่ใส่ยาหรือสมุนไพรที่ไม่ได้รับคำแนะนำลงในแผล

หลังทำแผลแล้ว จะหายเมื่อไหร่

ส่วนใหญ่อาการปวดลดลงอย่างชัดเจนภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังใส่ยา แผลจะค่อยๆ มีเนื้อเยื่อใหม่งอกคลุมในช่วง 1–2 สัปดาห์ถัดมา ระหว่างนี้ควรดูแลแผลตามคำแนะนำ ไม่สูบบุหรี่ และกลับไปเปลี่ยนยาตามนัด

เบ้าฟันอักเสบต่างจากการติดเชื้อของแผลอย่างไร

คนไข้หลายคนสับสนระหว่างสองภาวะนี้ เพราะทั้งคู่ทำให้ปวดหลังถอนฟัน แต่สาเหตุและการรักษาต่างกัน

เบ้าฟันอักเสบ แผลติดเชื้อ
เริ่มเมื่อไหร่ มักวันที่ 2–4 มักหลังวันที่ 3–5 หรือนานกว่านั้น
อาการเด่น ปวดรุนแรง หลุมแผลว่าง กลิ่นเหม็น บวมมากขึ้น แดงร้อน มีหนอง อาจมีไข้
ไข้ มักไม่มี อาจมี
การรักษาหลัก ล้างแผลและใส่ยาในเบ้าฟัน ระบายหนอง ล้างแผล อาจใช้ยาฆ่าเชื้อ

ทั้งสองภาวะควรได้รับการตรวจจากทันตแพทย์ ไม่ควรวินิจฉัยและรักษาเอง ถ้ามีบวมลามไปใต้คางหรือลำคอ กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

เบ้าฟันอักเสบกับการผ่าฟันคุดล่าง

ฟันคุดล่างมีความเสี่ยงสูงกว่าฟันซี่อื่นด้วยหลายเหตุผล กระดูกขากรรไกรล่างหนาแน่นและมีเลือดมาเลี้ยงน้อยกว่าขากรรไกรบน การผ่ามักต้องกรอกระดูก และหลุมแผลอยู่ลึกด้านหลังซึ่งเศษอาหารเข้าไปติดได้ง่าย ถ้าคุณกำลังจะผ่าฟันคุดล่างและเป็นคนสูบบุหรี่ ช่วงก่อนผ่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะลดหรือเลิก เพราะจะช่วยทั้งเรื่องแผลและสุขภาพโดยรวม

ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง

"เบ้าฟันอักเสบเกิดจากทันตแพทย์ถอนไม่ดี" ไม่จำเป็น เบ้าฟันอักเสบเกิดได้แม้การถอนจะเป็นไปตามปกติ ปัจจัยของคนไข้เอง เช่น การสูบบุหรี่ และความยากของฟัน มีผลมาก

"ต้องกินยาฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังถอนฟัน เพื่อกันเบ้าฟันอักเสบ" ยาฆ่าเชื้อช่วยได้เล็กน้อย และต้องใช้ในคนจำนวนมากเพื่อป้องกันได้หนึ่งราย จึงไม่ได้ใช้ทุกราย [2]

"ปวดมากแปลว่าแผลติดเชื้อรุนแรง" เบ้าฟันอักเสบปวดมากแม้ไม่มีหนองหรือไข้ ความปวดมาจากกระดูกที่ไม่มีลิ่มเลือดคลุม ไม่ใช่การติดเชื้อลุกลามเสมอไป

คำถามที่พบบ่อย

เบ้าฟันอักเสบเกิดหลังถอนฟันบนได้ไหม เกิดได้ แต่พบบ่อยกว่าในฟันล่าง โดยเฉพาะฟันคุดล่าง

ถ้าเคยเป็นมาแล้ว ถอนฟันครั้งต่อไปจะเป็นอีกไหม มีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป ควรแจ้งทันตแพทย์ก่อนถอน เพื่อวางแผนป้องกันล่วงหน้า

สูบบุหรี่ไฟฟ้าได้ไหมหลังถอนฟัน ควรงดเช่นเดียวกับบุหรี่ธรรมดา เพราะการดูดสร้างแรงดันลบในปาก

กินอาหารติดในหลุมแผล จะทำให้เบ้าฟันอักเสบไหม เศษอาหารที่ติดหลังวันที่ 2–3 มักไม่ทำให้ลิ่มเลือดหลุด ให้บ้วนน้ำเกลือเบาๆ ไล่ออก ถ้าไม่ออกและปวด ให้ทันตแพทย์ล้างให้

ใส่ยาในเบ้าฟันแล้ว ต้องเอายาออกเองไหม ไม่ต้องเอาออกเอง ทันตแพทย์จะนัดมาเปลี่ยนหรือนำออก บางชนิดค่อยๆ ละลายหรือหลุดออกเอง ให้ทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ที่รักษา

ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิด ควรนัดถอนฟันช่วงไหน บางการศึกษาพบว่าความเสี่ยงอาจสัมพันธ์กับช่วงของรอบยาคุม แต่หลักฐานยังไม่ชัดเจน ควรแจ้งทันตแพทย์ว่ากินยาคุม เพื่อพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น ไม่ต้องหยุดยาเอง

ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ที่ Dental Vista

ทันตแพทย์ประเมินความเสี่ยงก่อนถอนหรือผ่า และให้คำแนะนำการดูแลแผล ถ้าปวดมากขึ้นหลังวันที่ 2–3 ติดต่อสาขาที่รักษาได้ทาง LINE หรือโทรศัพท์ ถอนฟัน 900–1,500 บาท ผ่าฟันคุด 3,000–4,500 บาท ดูรายละเอียดที่ หน้าถอนฟัน ผ่าฟันคุด

อ้างอิง

  1. Daly BJM, Sharif MO, Jones K, Worthington HV, Beattie A. Local interventions for the management of alveolar osteitis (dry socket). Cochrane Database of Systematic Reviews. 2022;(9):CD006968. Cochrane Library สรุปโดย The Dental Elf
  2. Lodi G, Azzi L, Varoni EM, et al. Antibiotics to prevent complications following tooth extractions. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2021;(2):CD003811. Cochrane Library
  3. Hull University Teaching Hospitals NHS Trust. Removal of Wisdom Teeth (Third Molars). เอกสารสำหรับผู้ป่วย